งกาย ผู้ฝึกวิชามารชะงักเล็กน้อย จับจ้องชายฉกรรจ์ตรงหน้าด้วยใบหน้าซีดขาว
“เจ้าไม่ตายหรอก เล่ามาเถอะ!” เธอเอ่ยเสียงเข้ม
ร่างกายรู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อครู่มากจริงๆ ด้วยเหตุนี้ ผู้ฝึกวิชามารจึงเล่าเรื่องที่เฟิ่งจิ่วอยากรู้ และเรื่องที่เขารู้ให้เธอฟังทั้งหมด
หลังจากรู้ข้อมูลทั้งหมด เฟิ่งจิ่วเหล่มองผู้ฝึกวิชามารแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “ครั้งนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไป ครั้งหน้า อย่าให้ข้าเห็นเจ้าอีก” เอ่ยจบก็หมุนตัวจากไป
หลังจากเดินออกจากป่าผืนนี้ เธอขว้างอาวุธบินออกไปแล้วกระโดดขึ้นไป เหยียบอาวุธบินเหาะขึ้นเหนืออากาศ ในเมื่อสร้างค่ายกลและเขตอาคม อย่างนั้นก็ต้องดูว่าเป็นค่ายกลและเขตอาคมแบบใด จึงจะคิดหาวิธีออกไปจากที่นี่ได้
ร่างของเธอค่อยเหาะสูง ยิ่งลอยสูงจากพื้นดิน ยิ่งรู้สึกได้ถึงแรงกดดันบนหัวที่มากขึ้น แม้ในร่างของเธอจะมีแรงกดดันของสัตว์เทวะโบราณ ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันไร้รูปที่กระจายอยู่กลางอากาศ
เมื่อเธอลอยตัวขึ้นสูงเหนือฟ้า เงาร่างของเธอก็ปรากฏในครรลองสายตาของเหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่เบื้องล่าง ครั้นคนพวกนั้นมองเห็นเธอจากที่ไกลๆ ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นมา
………………………………….