พำเบาๆ ว่า “ครั้งนี้แย่แล้วจริงๆ…เกิดเรื่องใหญ่แล้ว…”
ต้วนเยี่ยเองก็เห็นภาพที่ปีศาจเลือดตัวนั้นถูกฆ่า กลีบปากขยับเล็กน้อย แต่กลับพูดอะไรไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ ผู้อาวุโสเซียนทั้งหลายรวดเร็วมาก พวกเขาร่วมมือกันหลายคน ไม่ทันไรก็สังหารปีศาจเลือดตนนั้นได้แล้ว รวดเร็วจนเขายังไม่ทันได้ตั้งตัว
ตอนนี้เขาเป็นห่วงแค่ว่า เฟิ่งจิ่วที่ถูกดูดเข้าไปในประตูแห่งความมืดจะถูกเคลื่อนย้ายไปที่ใด เขาห่วงเพียงว่าเข้าไปในนั้นแล้ว จะเป็นหรือตายกันแน่? นางจะยังรอดกลับมาได้หรือไม่? หรือว่าพวกเขาจะเข้าไปตามหานางได้หรือไม่?
“เหอะ! คนของพรรคมารยิ่งอยู่ยิ่งกำเริบเสิบสานขึ้นเรื่อยๆ แล้ว! นึกไม่ถึงจะกล้าออกมาก่อความวุ่นวาย คิดว่าคนของสี่สำนักเซียนอย่างพวกเรามีไว้เพื่อวางประดับเฉยๆ หรือ?” ผู้อาวุโสเซียนผู้หนึ่งสบถ ด้วยพลังของพวกเขาร่วมมือกันสังหารปีศาจเลือดตนนั้น แทบไม่ต้องออกแรงมากมาย
“เพียงเสียดาย พวกเรามาช้าไปก้าวหนึ่ง ปล่อยให้มันสังหารผู้ฝึกตนไหมากมายขนาดนี้ หากมาถึงเร็วกว่านี้สักหนึ่งก้านธูป บางที อาจไม่ต้องมีคนมากมายขนาดนี้ตายด้วยน้ำมือของปีศาจเลือด” ผู้อาวุโสเซียนคนหนึ่งทอดถอนใจ ส่ายหน้ามองศพที่นอนเกลื่อนพื้น
คนอื่นที่ได