่าอาหารก็แล้วกัน!” เขาเดินมาหยุดข้างเฟิ่งจิ่ว เอ่ยว่า “ไปเถิด!”
“อืม” เธอพยักหน้า ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับเขา
ส่วนพวกลู่ซีเหยียนเมื่อเห็นอย่างนั้นก็รีบตามไป ครั้นมาถึงข้างนอก ลู่ซีเหยียนมองต้วนเยี่ยแวบหนึ่ง ก่อนถามเฟิ่งจิ่วว่า “ภูตหมอ ถ้าอย่างไรข้าพาพวกท่านเดินเที่ยวรอบๆ ดีหรือไม่? เมืองธาราภูมิมีหลายที่ที่ทิวทัศน์ไม่เลว”
“ดีเลย! อย่างไรตอนนี้ก็ว่างอยู่พอดี” เฟิ่งจิ่วรับคำ มองหอน้ำชาที่อยู่ด้านตรงข้าม ก่อนเอ่ยกับพวกเขาว่า “รอข้าเดี๋ยว” เอ่ยจบก็เดินไปที่หอน้ำชา บอกเถ้าแก่ว่าไม่ต้องเตรียมห้องไว้ให้แล้ว
เห็นเฟิ่งจิ่วไม่อยู่ ลู่ซีเหยียนมองต้วนเยี่ยที่อยู่ข้างๆ ลังเลเล็กน้อย ก่อนถามว่า “อาจารย์อาต้วน พวกท่านจะไปไหนหรือ? ท่านออกมาฝึกวิชาข้างนอกใช่หรือไม่?”
ต้วนเยี่ยเหลือบมองนาง ไม่ตอบกลับย้อนถาม “พวกเราไปเป็นแขกที่จวนเช่นนี้ จะไม่เป็นการไม่เหมาะสมหรือ?”
“ไม่แน่นอนๆ” นางรีบตอบ
“แต่ทำไมข้าได้ยินมาว่าพักนี้เมืองธาราภูมิไม่ค่อยสงบนัก แต่ละตระกูลรวมถึงจวนเจ้าเมืองล้วนระมัดระวังกันเป็นพิเศษ ไปเป็นแขกที่จวนในเวลานี้ จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้พวกเจ้าจริงๆ หรือ?”
ลู่ซีเหยียนที่ได้ยินอย่างนั้นชะงักงันไปเล็กน้อย “อาจารย์