ลิ่นวิเคราะห์เสียงเบา
“ดูท่าพวกเรามาได้จังหวะพอดี” โม่เฉินเผยยิ้ม มองทั้งสอง “อย่าเพิ่งแหวกหญ้าให้งูตื่น พวกเราค้นหาเงียบๆ ไปก่อน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องตามหาสถานที่ฝึกฝนวรยุทธ์ของเจ้าสำนักปัญจพิษก่อน”
“จับคนมาสอบถามเป็นอย่างไร?” กวนสีหลิ่นเสนอ
“ไม่มีประโยชน์”
เฟิ่งจิ่วกับโม่เฉินเอ่ยขึ้นพร้อมกัน ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนหันไปอธิบายกับกวนสีหลิ่นว่า “คนของสำนักปัญจพิษล้วนถูกป้อนพิษไว้ คนที่เหมือนทหารกล้าตายเหล่านี้ คิดจะล้วงความลับจากปากของพวกเขานั้นยากมาก หากจับคนมาอาจเสี่ยงเปิดเผยตัวตนด้วย ไม่สู้พวกเราลอบค้นหาอย่างลับๆ ดีกว่า”
“ถูกต้องแล้ว” โม่เฉินพยักหน้า “ที่นี่จะว่าใหญ่ก็ไม่ได้ใหญ่มาก พวกเราสามคนแยกย้ายกันหา คงไม่ยากหากจะตามหาสถานที่ฝึกวรยุทธ์ของเจ้าสำนักปัญจพิษ แต่หากเจอตัวคนแล้วห้ามทำอะไรคนเดียวเด็ดขาด ต้องหารือกันก่อนแล้วค่อยวางแผนกัน”
“ได้” ทั้งสองรับคำ หลังจากหารือกันเสร็จก็ตกลงกันว่าจะไปรวมตัวกันที่ไหน จากนั้นก็แยกย้ายกันไปตามหาคนละทิศ
คืนนี้ กลางดึกสงัด คนในหุบเขาแม้กำลังเดินลาดตระเวน แต่กลับไม่มีใครรู้เลยว่ามีคนลักลอบเข้ามาถึงสามคนแล้ว แม้แต่ผู้ใช้พิษทั้งสี่ที่กำลังดื่มดินพูดคุย