ยามร้ายขึ้นมากลับเหี้ยมกว่าเธอเสียอีก จู่ๆ ก็พูดออกมาเลยว่าจะใช้พิษ
“ไม่ได้ พิษอาจใช้ไม่ได้ผลกับคนพวกนี้” เธออธิบายอย่างใจเย็น “คนในสำนักปัญจพิษเดิมก็อ่อนไหวกับกลิ่นของยาและพิษกว่าคนปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะใช้ยาหรือยาพิษกับพวกเขาก็ล้วนไม่เหมาะสม”
เธอครุ่นคิด เอ่ยว่า “ข้ากลับมีแผนการหนึ่ง”
“แผนการอะไร?” ทั้งสองหันไปมองเธอ
“ส่งเสียงบูรพาฝ่าตีประจิม” เฟิ่งจิ่วตอบ “ใช้กลยุทธ์ส่งเสียงบูรพาฝ่าตีประจิมมาเบี่ยงเบนความสนใจของพวกเขา”
เธอมองหน้าทั้งสอง ก่อนจะอธิบายต่อว่า “พวกเราสามคนแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งดึงดูดความสนใจของพวกเขา กลุ่มหนึ่งเป็นฝ่ายโจมตีหลัก ความตายของคนอื่นเป็นเรื่องรอง สำคัญที่สุดคือฉวยโอกาสนี้สังหารเจ้าสำนักปัญจพิษเสีย ไม่อย่างนั้น หากเขาฝึกวิชาพิษที่ทรงพลังเช่นนั้นสำเร็จ จะต้องเกิดการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ตามมาแน่ๆ”
ครั้นได้ฟัง กวนสีหลิ่นจึงเสนอขึ้นว่า “เสี่ยวจิ่ว เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! ข้าเบี่ยงเบนความสนใจของพวกเขาเอง เจ้ากับโม่เฉินเป็นฝ่ายโจมตีเจ้าสำนักปัญจพิษ ข้าคิดว่าหากเบี่ยงเบนความสนใจออกไป อย่างมากก็คงมีผู้ใช้พิษไล่ล่าข้าเพียงคนสองคน พวกเขาส่วนใหญ่น่าจะไปคุ้มกันหน้าถ้ำของเจ้าส