สองวันก็ก่อเรื่องถึงขนาดนี้แล้ว นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเขาก็อดส่ายหน้าไม่ได้ ไม่นานเขาก็เดินลงจากยอดเขาไป
ในอีกด้านหนึ่ง ณ เมืองร้อยนที หน้าประตูหอยาสวรรค์ ศพมากมายเกลื่อนเต็มพื้น เลือดสีแดงสดกระจายไปทั่ว รวมถึงกลิ่นคาวเลือดที่ฉุนเสียดแทงจมูก ทำให้ผู้คนรอบๆ อดพะอืดพะอมไม่ได้ โดยเฉพาะยิ่งเห็นศพและอวัยวะภายในทะลักออกมาเต็มพื้นอย่างนี้
หลังจากผ่านการต่อสู้อันดุเดือด คนของสำนักปัญจพิษเหลือเพียงไม่กี่คน แม้แต่ปราชญ์เซียนชายวัยกลางคนก็ถูกกวนสีหลิ่นทำร้ายบาดเจ็บ เลือดสีแดงสดไหลเป็นทางไม่ขาดสาย น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
เห็นว่าคนของตนเองเหลือไม่มาก ปราชญ์เซียนชายวัยกลางคนก็ฉวยโอกาสตอนพักหายใจรีบถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว พลางตวาดสั่งด้วยความเจ็บใจ “ถอย!” เขาถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว สายตากลับจ้องกวนสีหลิ่นอย่างเคียดแค้น
“ความแค้นที่ตัดแขน ข้าจะมาเอาคืนอย่างแน่นอน! กวนสีหลิ่น เจ้ารอดูเถิด!”
ไกลออกไป เสียงของชายวัยกลางคนดังมา กวนสีหลิ่นไม่ได้ไล่ตามไป แต่กลับหันไปมองเหลิ่งหวากับพวก “พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
เหลิ่งหวากับตู้ฝานกำลังจะตอบ ก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความตกใจของหยางเสี่ยวเอ้อร์ดังมาจา