พวกเราไปกันเถิด!”
“ตะ เตาหลอมนั่นของเจ้า…” เจ้าเขาเยี่ยมองเธอด้วยสีหน้าตื่นตะลึง “เตาหลอมนั่นของเจ้า…”
“เตาหลอมของข้าค่อนข้างใช้ดีทีเดียว” เธอยิ้มๆ
“ไม่ใช่ เตาหลอมนั่นของเจ้า เตาหลอมนั่นคือ คือ…”
“อืม ข้าเอาไว้ใช้กลั่นยา เตาหลอมนี้ข้าก็ไม่ขายเช่นกัน” เธอยิ้มตอบตาหยี
“เมื่อครู่ข้าเหมือนจะเห็นว่ามันเป็น เป็นเตาหลอมเทพกสิกรรม?” เขาพึมพำ ดวงตาคู่นั้นจับจ้องมาที่เฟิ่งจิ่ว
“ฮะๆ ก็แค่เตาหลอมเก่าๆ ที่ข้าเก็บได้จากข้างทาง ใช้ดีกว่าเตาหลอมทั่วไปหน่อยก็เท่านั้น” เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ มองเจ้าเขาเยี่ยที่กำลังตะลึงงัน เอ่ยอีกว่า “เจ้าเขาเยี่ย พวกเรายังต้องไปทำเรื่องสำคัญอีก ท่านว่าใช่หรือไม่?”
ครั้นได้ยิน ซ่งหมิงที่อยู่ด้านหนึ่งมุมปากกระตุก ก็จริง ไปขุดเอาหญ้าเจ็ดดาราอายุห้าร้อยปีที่คนอื่นเขาเฝ้าถนอมมาก็คือเรื่องสำคัญ เรื่องสำคัญเช่นนี้เดาว่ามีเพียงเธอเท่านั้นที่ทำได้
เจ้าเขาเยี่ยมองเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาลึกซึ้ง ก่อนจะเอามือไพล่หลังเอ่ยว่า “ไปกันเถิด!” ภูตหมอเฟิ่งจิ่วไม่ใช่คนทั่วไป ไม่เพียงเป็นอัจฉริยะด้านการกลั่นยา สมบัติล้ำค่าที่ติดตัวอยู่ก็เหมือนจะมีไม่น้อย
อย่างแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงและเตาหลอมเล็กๆ ใบนั้น อย