ือเชื่อ โดยเฉพาะเหล่าลูกศิษย์ของเจ้าเขาโอสถ ยิ่งตะโกนค้านผลการตัดสินเสียงดัง “เป็นไปได้อย่างไร! อาจารย์ของพวกเราจะแพ้เจ้าหนูนั่นได้อย่างไรกัน!”
สายคมปลาบแฝงแรงกดดันของเจ้าสำนักตวัดมองไปรอบๆ ทุกคนพลันสงบเสียงลงในทันใด เขาละสายตากลับมา หันไปมองเจ้าเขาโอสถที่ยืนอึ้ง สายตาจับจ้องยาทลายใจสีม่วงบนจานหยกเขม็ง ถามว่า “เยี่ยเหล่า ท่านแพ้แล้ว ท่านยอมรับหรือไม่?”
เจ้าเขาโอสถดึงสติกลับมาแล้วยิ้มขมขื่น “ขอรับ ข้าแพ้แล้ว ข้าแพ้อย่างราบคาบเลย” ยาทลายใจสีม่วงระดับหกคุณภาพสูงของคนอื่นเขาวางอยู่ตรงหน้าถึงสองเม็ดอย่างนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพหรือสีของยาล้วนชนะเขาอย่างขาดลอย แล้วเขายังมีเหตุผลอะไรให้ไม่ยอมแพ้อีก?
“แหม่ ยอมแพ้ก็ดีแล้ว” เฟิ่งจิ่วหรี่ตา ใบหน้าประดับรอยยิ้ม “แม้พ่ายแพ้แล้วก็ต้องรักษาเกียรติไว้ นี่สิจึงทำให้ผู้คนชื่นชมสรรเสริญอย่างแท้จริง” ขณะเอ่ย เธอตบไหล่เจ้าเขาโอสถ ก่อนจะก้าวเข้าไปเอาขวดออกมาแล้วหยิบยาเก็บใส่ขวด
ส่วนเจ้าเขาโอสถที่ได้ยินเฟิ่งจิ่วพูดอย่างนั้น ชั่วขณะหนึ่งถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
ทั้งที่เขารู้สึกเสียใจและรู้สึกแย่มากแท้ๆ ทั้งที่เขาถูกกระทบกระเทือนจิตใจหนักถึงเพียงนี้ เด็กหนุ่ม