่นนั้น ก็มีศิษย์สำนักหลายคนอึ้งงันเหม่อลอย กระทั่งสุดท้าย ยังมีคนนั่งลงขัดสมาธิและเริ่มฝึกวรยุทธ์บนพื้น
เจ้าสำนักและคนอื่นๆ ที่เห็นอย่างนั้นต่างตกตะลึง พวกเขามองหน้ากันแวบหนึ่ง ต่างเห็นแววตกตะลึงและเหลือเชื่อในดวงตาของกันและกัน
“กลิ่นหอมของยานี้เหมือนจะเป็น…” เจ้าเขาคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้น เขาลุกขึ้นยืน ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ขณะคิดจะก้าวออกไปอีก กลับถูกซ่งหมิงรั้งไว้
“ท่านเจ้าเขา อย่าเพิ่งใจร้อน ยังไม่หมดเวลาเลยขอรับ!” ซ่งหมิงเอ่ยด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม เขาเห็นสีหน้าของทุกคนอย่างชัดเจนจึงอดเผยยิ้มไม่ได้
เขารู้อยู่แล้ว เฟิ่งจิ่วไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
จะประลองการกลั่นยากับนางงั้นหรือ? คนพวกนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางเป็นใครถึงได้กล้าประลอง ยังมีไป๋ชิงเฉิงผู้นั้นอีก ถึงขั้นกล้าเอาตนเองมาเดิมพันโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวเช่นนี้ หึๆ ชักสนุกเสียแล้วสิ
เจ้าสำนักสูดดมกลิ่นหอมฉุนของยาที่ลอยอยู่ในอากาศ รู้สึกได้ว่าร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ขนาดเขายังเป็นเช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเหล่าศิษย์ในสำนักพวกนั้นเลย จากประสบการณ์ของเขา เขาย่อมดูออก พฤติกรรมที่แปลกไปของเหล่าศิษย์ในสำนักล้วนเกี่ยวข้องกับยา