็ถามอีกว่า “นางฝังเข็มให้เจ้าแล้วหรือ? รู้สึกอย่างไรบ้าง?”
“ที่จริงแต่ก่อนข้าเคยฝังเข็มเงินเอง เคยลองฝังที่จุดลมปราณ แต่ไม่เคยมีความรู้สึกอะไรเลย แต่เมื่อครู่นางใช้เข็มเงินฝังลงไปที่จุดลมปราณ ข้างในขาของข้ากลับมีความรู้สึกแปลบๆ และจั๊กจี้เล็กน้อย”
เขาเล่าเรื่องเมื่อครู่ให้จัวจวินเยวี่ยฟัง ก่อนถามว่า “พี่ใหญ่ ท่านว่าเหตุใดวิชาแพทย์ของนางจึงยอดเยี่ยมเช่นนี้? ที่ผ่านมาเราหาหมอมารักษาหลายคนล้วนบอกเป็นเสียงเดียวว่ารักษาไม่ได้ หลายปีมานี้ มีแค่นางคนเดียวที่บอกว่ารักษาได้”
จัวจวินหยางเผยยิ้มอย่างหาดูได้ยาก “นางบอกว่านางชื่อภูตหมอ ขอเพียงนางอยากรักษา ไม่มีโรคใดที่นางรักษาไม่หาย”
สองพี่น้องพูดคุยกันอยู่ทางนี้ ส่วนเฟิ่งจิ่วกลับไปที่เรือนเล็ก หยิบสุราวิญญาณออกมา กินแกล้มกับเป็ดแปดสมบัติ…
พอถึงช่วงหลังเที่ยงคืน เธอไปหาฮูหยินผู้เฒ่าอีกครั้ง ฝังเข็มให้นางเสร็จถึงกลับออกมา กลางวันก็รักษาขาให้จัวจวินหยาง
ยุ่งอยู่อย่างนี้มาสามวัน หลังเที่ยงคืนของวันที่สาม เมื่อเฟิ่งจิ่วฝังเข็มครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้นก็เก็บเข็มเงินกลับ ยิ้มพูดกับฮูหยินผู้เฒ่าว่า “ไม่ต้องใช้เข็มเงินแล้ว ในนี้มียาสิบเม็ด กินวันละหนึ่งเม