ดว่าที่จูชีชอบชมเชยมารดาอย่างนั้น เป็นเพราะเขาเป็นลูกชายของนาง ย่อมจะรักใคร่บูชามารดาเป็นธรรมดา
แต่เมื่อเยี่ยนเหออันได้พูดคุยกับเย่อวี๋หราน เขาจึงค้นพบว่านี่เป็นผู้อาวุโสที่ทรงภูมิปัญญาผู้หนึ่ง
แม้รูปการณ์ยังปรากฏไม่ชัดเจน แต่ก็มักจะมองลึกลงไปเห็นแก่นแท้ของเรื่องราว จับประเด็นสำคัญเอาไว้ได้
ปรีชาญาณเช่นนี้ เขาเคยเห็นจากในตัวของผู้ทรงภูมิไม่กี่ท่านเท่านั้น แต่ตอนนี้…
“จูต้าเหนียง ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าเรื่องนี้จะลุกลามไปถึงขั้นนั้น?” เยี่ยนเหออันขมวดคิ้ว ท่าทางไม่เชื่อถือ
“ถ้าสิ่งที่ท่านพูดมาเมื่อครู่นี้เป็นความจริง นอกจากสาเหตุนี้แล้ว ข้าก็คิดไม่ออกแล้วว่าเหตุใดทางโจวเสวียจึงตอบสนองรุนแรงเช่นนั้น” เย่อวี๋หรานตอบด้วยท่าทางครุ่นคิด “ท่านคิดดูสิ เจ้าเจ็ดจะมีความสามารถแค่ไหน เขาก็เป็นแค่ซิ่วไฉคนหนึ่งเท่านั้น ในโจวเสวียยังจะขาดแคลนซิ่วไฉอีกงั้นรึ?”
ผู้ที่สามารถมาร่ำเรียนที่โจวเสวีย แม้ตอนนี้จะยังไม่ใช่ซิ่วไฉ แต่ก็เป็นคนที่กำลังจะได้เป็นซิ่วไฉ หรือคนที่ครอบครัวมีอำนาจอิทธิพลอย่างมาก
แต่จูชีเป็นเพียงบัณฑิตจากชนบทที่โชคดีสอบเป็นซิ่วไฉได้ก็เท่านั้น คู่ควรให้โจวเสวียยอมเสี่ยงเป็นอริกับพรรคสำนักหนึ่งเช่นนี้ด้วยหรือ?
“บางที…อาจเป็นเพราะอาจารย์อาวุโสสวีก็ได้?” เยี่ยนเหออันกล่าว
เย่อวี๋หรานส่ายหน้า “เจ้าเจ็ดก็แค่ความจำค่อนข้างดี ไม่ใช่อัจฉริยะโลกตะลึงเสียหน่อย อาจารย์อาวุโสสวีสามารถรับเขาเป็นศิษย