ที่ลับยังมีองครักษ์ลับคอยสังเกตความเคลื่อนไหวรอบๆ ด้วย ข้างในนี้ไม่ว่าจะเป็นศาลาบันได หรือทางเดินหินกรวดล้วนประณีต สภาพแวดล้อมเงียบสงบและงดงามมาก
ทว่า หลังจากเดินผ่านทางเดินเล็กๆ เส้นหนึ่งไปยังเรือนตะวันตกกลับกลายเป็นอีกสภาพแวดล้อมหนึ่ง เรียกได้ว่าบนทางเดินเล็กๆ เส้นนั้นไม่เห็นเงาองครักษ์แม้แต่คนเดียว แม้แต่ในที่ลับก็ไม่มีองครักษ์อยู่สักคน กระทั่งหลังจากเข้ามาในเรือนตะวันตก ราวกับเป็นคนละที่กับจวนตระกูลจัวที่อยู่ด้านหน้าอย่างไรอย่างนั้น เพียงแต่เรือนหลังหนึ่งสูงส่งดูมีระดับ เรือนอีกหลังดูเงียบสงบเรียบง่าย
บริเวณนี้ไม่มีคนอยู่เลย เฟิ่งจิ่วถามจัวจวินเยวี่ยที่อยู่ข้างหน้า “เหตุใดที่นี่จึงเงียบนัก? ในเมื่ออยู่ในจวนตระกูลจัวเหมือนกัน เหตุใดยังต้องแบ่งออกมาเป็นเรือนตะวันตก?”
จัวจวินเยวี่ยยังไม่ทันตอบ ก็ได้ยินฮุ่นหยวนจื่อลูบหนวดหันมาหาเฟิ่งจิ่ว “ใช่แล้ว ข้ายังไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้เจ้าฟังเลยนี่นา! เรื่องนี้มีเหตุผลอยู่”
เขาชะลอฝีเท้าเดินเคียงไหล่เฟิ่งจิ่ว ก่อนเล่าว่า “ตระกูลจัวแบ่งเป็นเรือนตะวันออกและเรือนตะวันตก แม้จะอยู่ในจวนเดียวกัน แต่เจ้าก็เห็นแล้ว มีถนนสองเส้นที่นำไปสู่เรือนตะวันออกและเรือนตะวันตก