นหนึ่งรีบไปตามคุณชายรองอินกลับมา!” เขาออกคำสั่ง ขมวดคิ้วมองเหตุการณ์ตรงหน้า เหลือบเห็นผู้ฝึกตนคนหนึ่งขึงร่างอินจื่อเหิงด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างกลับห้อยลงข้างตัว จึงถาม “เมื่อครู่พวกเจ้าไปไหนมา? เขาอาการกำเริบได้อย่างไร? มือข้างนั้นของเจ้าบาดเจ็บได้อย่างไร?”
คำถามที่โพล่งออกมาในคราวเดียวทำเอาผู้ฝึกตนสามคนนั้นตะลึงงัน ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี หรือจะให้ตอบว่าพวกเขาฟังคำสั่งของคุณชาย ปิดบังเขาแล้วออกไปข้างนอก อีกทั้งยังใช้กำลังกับผู้ดูแลเหลิ่งจากหอยาสวรรค์ผู้นั้นด้วย แต่สุดท้ายกลับถูกผู้ดูแลเหลิ่งผู้นั้นหักแขน?
เมื่อเห็นทั้งสามลังเล มู่หรงอี้เซวียนตวาดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “บอกมา!”
“พวกข้าออกไปข้างนอกกับคุณชาย เจอผู้ดูแลเหลิ่งบนถนน คุณชายสั่งให้พวกข้าตามเขาไป คุณชายจะเชิญผู้ดูแลเหลิ่งไปดื่มสุรา แต่ผู้ดูแลเหลิ่งปฏิเสธ คุณชายจึงสั่งให้พวกข้าจับเขา นึกไม่ถึง นึกไม่ถึงว่าผู้ดูแลเหลิ่งผู้นั้นรอบกายไร้ซึ่งกลิ่นอายพลังวิญญาณ แต่ฝีมือคล่องแคล่ว ทันทีที่ลงมือก็หักแขนข้าแล้ว”
เรื่องนี้ช่างน่าอายนัก เด็กหนุ่มคนนั้นแม้จะมีวรยุทธ์ก็ไม่น่าจะมีวรยุทธ์ที่สูงกว่าเขา แต่เขากลับถูกเด็กหนุ่มทำบาดเจ็