ๆ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แรงกดดันขุมนี้แผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ทุกคนร่างกายแข็งทื่อ เย็นวาบไปทั้งตัว
เห็นเพียง อสูรกลืนเมฆาที่มีขนาดตัวมหึมาพุ่งกระโจนไปข้างหน้า กดทับร่างของชายที่ด่าเฟิ่งจิ่วราวกับพยัคฆ์กระโจนใส่อาหาร แรงมหาศาลกดทับลงไป เสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้อง
“ไม่! ช่วยด้วย…ช่วยข้าด้วย…อึก!”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือเงียบหายไป เจ้ากลืนเมฆากัดคนชายคนนั้นจนหักก่อนสะบัดทิ้ง ศพท่วมเลือดกระเด็นไปอยู่ตรงหน้ากลุ่มคนเหล่านั้น สภาพศพที่คอจะขาดมิขาดแหล่ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความกลัวนั้น ทำให้คนพวกนั้นเหงื่อท่วมตัว ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว จ้องเด็กหนุ่มและสัตว์เทวะขั้นสูงที่กำลังเช็ดคราบเลือดตรงมุมปากด้วยท่วงท่าสง่างามอย่างหวาดกลัว
บ้าไปแล้วจริงๆ! พวกเขากลับมองเห็นคำว่าสง่างามบนตัวสัตว์เทวะขั้นสูงที่กระหายเลือดตัวหนึ่งงั้นหรือ? ทว่าทั้งที่สัตว์เทวะขั้นสูงตัวนั้นเพียงนั่งอยู่บนพื้น ยกอุ้งเท้าขึ้นมาเช็ดมุมปากด้วยท่าทางเกียจคร้าน ซ้ำยังแลบลิ้นออกมาเลียอุ้งเท้า แต่กลับทำให้พวกเขานึกถึงว่าสง่างามขึ้นมาได้
“อึดอัดจะแย่แล้ว” เหล่าไป๋กระโจนออกมาจากห้วงมิติของเฟิ่งจิ่ว มันพุ่งตัวขึ้น