เล็กไปหน่อย แต่ข้างหน้าน่าจะยังมีอยู่” ตาเฒ่ายิ้มตาหยี รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกำลังตามล่าหาสมบัติอยู่
เฟิ่งจิ่วโยนศิลาเพลิงในมือเล่น มองฮุ่นหยวนจื่อและจัวจวินเยวี่ยเอ่ยว่า “ระหว่างทางถูกปล้นมาไม่รู้กี่หน พวกเจ้าว่าของสิ่งนี้จะถูกใครหมายตาอีกหรือไม่?”
ที่จริง เวลานี้เธอกลับคิดจะปล้นพวกนั้นคืนเสียอีก บนตัวของคนโจรปล้นทรัพย์พวกนั้นจะต้องมีทรัพย์สินไม่น้อยแน่ นึกมาถึงตรงนี้ เธอก็เกิดรู้สึกไม่อยากจากไปเสียดื้อๆ
“นี่อากาศก็ร้อนแล้ว ถ้าอย่างไรพวกเราหาที่พักแล้วค่อยไปต่อกันเถิด!”
ได้ยินอย่างนั้น ฮุ่นหยวนจื่อกับจัวจวินเยวี่ยมองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก ตาเฒ่าครุ่นคิด ก่อนจะชี้ไปด้านหนึ่ง “ที่นี่ร้อนอบอ้าว แม้แต่ที่นั่งก็ยังไม่มี ไปดูทางนั้นดีหรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วมองตามที่เขาชี้ ก่อนเห็นคนที่กำลังซ่อนตัวอยู่พอดี อดยิ้มมุมปากไม่ได้ “เจ้าเป็นใคร? เหตุใดต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ?”
สิ้นเสียง คนสองกลุ่มนั้นยืนขึ้น เพียงแต่ไม่ได้สนใจพวกเฟิ่งจิ่ว ทว่ากลับหันไปสู้กันเองก่อน
“เหยื่อกลุ่มนี้พวกข้าหมายตาไว้ก่อนแล้ว!” หัวหน้าของหนึ่งในนั้นตวาดเสียงกร้าว
“พื้นที่นี้พวกข้าคุมอยู่! คนอยู่ที่นี่ ของย่อมเป็นของพว