แม้แต่ยามเดินก็ยังสัมผัสได้ถึงความร้อนบนพื้นดินได้รางๆ ภายใต้อากาศอันร้อนอบอ้าวเช่นนี้ เหงื่อของเธอไหลเป็นสาย ตลอดทางดื่มน้ำไปไม่น้อย
“ที่นี่เข้าใกล้ปากปล่องภูเขาไฟแล้ว ตอนนี้ยังมีต้นไม้อยู่บ้าง หากเดินไปข้างหน้าอีกนิด ก็จะไม่เห็นแม้แต่ต้นไม้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกต้นหญ้าหรืออะไรทำนองนั้น แถบนี้ขนาดสัตว์ป่ายังไม่มากันเลย”
ตาเฒ่าอธิบาย พลางยกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อ และเอ่ยว่า “แต่ในพื้นที่บริเวณนี้หากเจ้าสังเกตหินสีดำที่อยู่ในโคลนใต้เท้าให้ดีๆ อาจเจอหินสีดำที่เรืองแสงได้ นั่นก็คือศิลาเพลิง มันเป็นของธาตุไฟ จึงมีประโยชน์กับผู้ฝึกเซียนที่เป็นธาตุไฟมากเชียวล่ะ”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วก้มมองพื้นใต้เท้าของตนเอง ผิวดินล้วนแห้งสนิท หนำซ้ำพื้นดินบริเวณนี้ไม่มีหญ้าขึ้นสักเส้นเดียว กระทั่งหินสีดำเรืองแสงที่ตาเฒ่าพูดถึงยิ่งไม่มีวี่แวว
“ภูเขาไฟที่นี่ปะทุสามเดือนครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะลาวาเหล่านั้นพวกเจ้าต้องระวังให้ดี อย่าปล่อยให้มันกระเด็นมาโดนได้ หากโดนลาวาของที่นี่กระเด็นใส่ไม่ว่าหมอที่ไหนก็ช่วยไม่ได้ พิษไฟของมันร้ายแรงมาก หากไม่ระวังอาจถึงขั้นตายได้”
ตาเฒ่าอธิบายให้ฟัง พลางเตือนพวกเขาสองคน เอ่ยเสริ