แม้แต่เขายังอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง แต่โดยปกติแล้ว หากเป็นกระบี่ของคนอื่น การขอจับส่งเดชกลับดูไม่เหมาะสมนัก
“ขอบใจมาก”
จัวจวินเยวี่ยรับไปก่อนจะชักออกมาดู บนตัวกระบี่สลักคำว่าคมพยับเอาไว้ พลังกระบี่นั่นพรั่นพรึงน่าเกรงขาม แหลมคมยิ่งนัก จ้องมองกระบี่ในมือ สายตาของเขาไหวระริก ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ เนิ่นนาน เขายื่นกระบี่คมพยับคืนให้เฟิ่งจิ่ว มองเธอ ก่อนถามว่า “ดาบเล่มนี้เจ้าได้มาได้อย่างไร?”
จัวจวินเยวี่ยไม่ใช่คนที่จะเสียมารยาท แต่คนอย่างนี้กลับกระทำเรื่องที่ไม่เหมาะสมถึงสองครั้งติดกัน เฟิ่งจิ่วได้ยินคำถามของเขา ก็มองเขาด้วยสายตาลึกซึ้ง
“กระบี่เล่มนี้เดิมเป็นของอาจารย์ของข้า เขาซ่อนกระบี่เล่มนี้ไว้ในสุสานหมื่นกระบี่ ปีนั้นตอนที่ข้ากราบเขาเป็นอาจารย์ เรื่องที่เขาให้ข้าทำเป็นเรื่องที่สองก็คือเข้าไปตามหากระบี่คมพยับในสุสานหมื่นกระบี่ เขาส่งข้าเข้าไปในสุสานหมื่นกระบี่ จากนั้นก็ให้ข้าตามหามันด้วยตนเอง และนำมันออกมา”
ขณะเล่าให้ฟัง เฟิ่งจิ่วเก็บกระบี่คมพยับ มองจัวจวินเยวี่ยแล้วถาม “เจ้าสนใจหรือ?”
จัวจวินเยวี่ยมองเธอ นัยน์ตาลึกซึ้ง คล้ายมีอะไรอยากจะบอก แต่สุดท้ายกลับส่ายหน้า ไม่พูดอะไร