นหยวนจื่อปล่อยดวงจิตออกไปสำรวจด้านหน้า เฟิ่งจิ่วกับจัวจวินเยวี่ยเองก็รีบปล่อยดวงจิตออกไปสำรวจรอบข้างด้วยเช่นกัน แทบจะในเสี้ยวนาที ทั้งสามดึงดวงจิตกลับมาทันที
“หนีเร็ว! วิ่งไปทางนี้!”
ฮุ่นหยวนจื่อตะโกนเสียงดัง ชี้ไปด้านหน้าทางซ้ายพลางตะโกนบอก “วิ่งเร็ว! ใครวิ่งช้าคนนั้นก็ตาย! บัดซบ เดินก็เดินดีๆ ใครใช้ให้พวกเจ้ามือบอนกัน? เบื่อชีวิตแล้วหรือ?”
เขาก่นด่า พลางหันไปมองข้างหลัง สายตาของเขากวาดมองทุกคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่เฟิ่งจิ่วกับจัวจวินเยวี่ย เขาะโกนบอกจัวจวินเยวี่ย “จวินเยวี่ย! เจ้าเด็กเมื่อวานซืนนั่นเจ้าดูเขาแทนข้าให้ดี อย่าปล่อยให้ตายเล่า!” สิ้นเสียง เขาก็หันไปสั่งการให้คณะเดินทางวิ่งหนี
“ท่านบุพพาจารย์ เกิดอะไรขึ้นขอรับ?” ฝานอี้ซิวถามด้วยความร้อนรน พลางวิ่งหนีตามเขาไป
เวลานี้ ศิษย์คนหนึ่งจากตระกูลไฉที่กรีดร้องเมื่อครู่ตะโกนด้วยความหวาดกลัวขึ้นมาอีกครั้ง “อ๊าก…ชะ ช่วยข้าด้วย…”
ยามทุกคนได้ยินเสียงนั้นและหันกลับไปมอง เห็นเพียงมดกินคนสีแดงขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือจำนวนมหาศาลไต่ขึ้นมาจากข้างหลัง ศิษย์จากตระกูลไฉคนนั้นถูกมดกินคนหุ้มไปทั้งตัวภายในชั่วพริบตา ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยมดสีแดงโลห