ด้ยินว่าที่นี่มีเด็กหนุ่มที่ชื่อเสี่ยวจิ่ว? คนไหนรึ?” ฮุ่นหยวนจื่อกวาดตามองรอบๆ กลับไม่เห็นเด็กหนุ่มคนไหนที่โดดเด่นสะดุดตา
“อ้อ เสี่ยวจิ่วหรือ? เมื่อครู่เสี่ยวจิ่วพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้” คุณชายรองไฉตอบ พลางชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลพร้อมรอยยิ้ม แต่กลับพบว่าตรงนั้นไร้เงาร่างของเด็กหนุ่มแล้ว เขาชะงักงัน หันกลับมายิ้มบอกฮุ่นหยวนจื่อ “ดูท่าเสี่ยวจิ่วน่าจะเหนื่อย คงนอนพิงต้นไม้หลับไปแล้ว”
“อ้อ? งั้นหรือ?” ฮุ่นหยวนจื่อชะโงกหน้ามองไป เห็นชายเสื้อสีเขียวโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ ยิ่งนึกสงสัย เจ้าหนูนั่นน่ะหรือที่คิดแผนการช่วยทุกคนที่นี่ไว้?
เขาก้าวเข้ามาทีละก้าวๆ จนมาถึงหลังต้นไม้ แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง ยกมืออันสั่นเทาชี้ไปที่เด็กหนุ่มชุดเขียวที่กำลังหลับสบาย “จะ เจ้า เจ้า! นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเจ้าเด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้า!”
จัวจวินเยวี่ยที่ใบหน้าไร้อารมณ์มาโดยตลอดเห็นอย่างนั้นก็สายตาไหวระริก เขามองฮุ่นหยวนจื่อแวบหนึ่งแล้วก้าวเข้ามาดูข้างต้นไม้ จากนั้นก็ชะงักงันไปเล็กน้อย
เด็กหนุ่มคนนี้ใบหน้าหล่อเหลา แต่ไม่ถึงกับสะดุดตานัก ทว่าเครื่องหน้าทั้งหน้าสมส่วนน่ามอง อีกทั้งหว่างคิ้วนั้นยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกค