ห่งนี้ได้อีกหรือ?”
เฟิ่งจิ่วที่ถูกคุ้มกันอยู่ตรงกลางมองดูสถานการณ์ตรงหน้า กอปรกับเห็นคุณชายรองไฉพยายามต่อรอง เพื่อหาทางเอาชีวิตรอด นัยน์ตาของเธอไหวระริก ดึงแขนเสื้อของชายหนุ่มข้างๆ ที่กำลังตั้งท่าระแวดระวัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
“เสี่ยวจิ่ว? เจ้ากลัวหรือ?” ไฉเฟิงมองเด็กหนุ่มข้างกายแวบหนึ่ง กระซิบบอกเสียงเบาว่า “เจ้าคอยดูสถานการณ์เอาไว้ หากเห็นว่าสู้ไม่ได้จริงๆ เจ้าก็รีบหนีตามพวกศิษย์พี่หญิงของเจ้าไปเสีย”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ดึงแขนเสื้อเขาให้เขาก้มลงมา ไฉเฟิงเห็นอย่างนั้นก็มองข้างหน้าแวบหนึ่ง เห็นท่านลุงสองของเขากำลังเจรจากับคนพวกนั้น จึงชะโงกหน้าเข้ามาใกล้เด็กหนุ่ม “มีอะไรหรือ? เจ้าว่ามา”
“พี่ชายไฉ ท่านคิดว่าหากสู้กันแล้วจะมีโอกาสชนะหรือไม่?” เฟิ่งจิ่วถาม
ไฉเฟิงส่ายหน้าอย่างตึงเครียด “ไม่มีโอกาสชนะ หากสู้กันจริงเกรงว่าฝั่งพวกเราจะบาดเจ็บล้มตายยับเยิน อีกฝ่ายล้วนเป็นทหารรับจ้างที่มีประสบการณ์ต่อสู้ แต่ฝั่งพวกเราส่วนมากเพิ่งเคยออกมาฝึกฝน หากสู้กันจริงๆ เกรงว่า…”
“ข้ามีอยู่วิธีหนึ่ง ท่านจะทำตามที่ข้าบอกหรือไม่?” เธอกระซิบเสียงเบา เห็นสายตาตึงเครียดของเขา เธอเอ่ยเสริมอีกว่า “ไม่แน่ วิธ