” ชายหนุ่มตอบ พลางเอ่ยกับเฟิ่งจิ่วว่า “ไป พวกเรากลับกันเถิด! ตอนนี้พวกเราอยู่รอบในแล้ว คราวหน้าเจ้าอย่าได้ออกไปล่าสัตว์ตัวคนเดียวไกลนักเล่า เผื่อเจออันตรายใดเข้า”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี “ขอบคุณพี่ไฉที่เตือนสติ ข้าจำไว้แล้ว” เธอเดินตามเขากลับไป ระหว่างทางยังพูดคุยหัวเราะไปด้วยกัน
กลุ่มคนที่นั่งล้อมวงพักผ่อนกันอยู่เห็นพวกเขาหามหมูป่ากลับมา ก็อดตะลึงไม่ได้ ชายวัยหลางคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มตระกูลไฉถามชายหนุ่ม “พวกเจ้าไปจับหมูป่ามาจากที่ใดกัน?” บริเวณนี้พบเห็นหมูป่าได้น้อยมาก ตลอดเส้นทางพวกเขาไม่เห็นแม้แต่ตัวเดียว
“ข้าไม่ได้ล่ากลับมา เป็นเสี่ยวจิ่วล่าได้” ชายหนุ่มเอ่ย ก่อนหันไปตบไหล่เฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างๆ จากนั้นก็บอกชายวัยกลางคนว่า “ท่านลุงสอง พวกข้าจะไปจัดการหมูป่าก่อนแล้วค่อยนำมาย่างแบ่งกันกิน พวกท่านพักอีกเดี๋ยวเถิด”
ชายวัยกลางคนมองเด็กหนุ่มชุดเขียวที่มีรอยยิ้มใสซื่อแวบหนึ่ง ก่อนจะเผยยิ้มตอบว่า “ได้ เช่นนั้นพวกเจ้าก็ไปเถิด!” เขาพยักหน้า ก่อนจะหันไปพูดคุยกับชายหญิงกลุ่มนั้น
ทว่าในเวลานี้ เฟิ่งจิ่วกลับเดินเข้ามา ยิ้มมองชายคนหนึ่งในนั้น “พี่ฝาน ท่านไปเก็บกิ่งไม้มาทำฟืนกับข้าหน