ามมองตามสายตาของเขาไป ก่อนจะหยุดมองที่เด็กหนุ่มเสื้อเขียวเช่นกัน ก่อนยิ้มเอ่ยว่า “เสี่ยวจิ่วเป็นเด็กนิสัยน่าคบหานัก จริงใจต่อคนอื่น”
“นั่นสิ!” ฝานอี้ซิวพยักหน้ายิ้มๆ ก่อนละสายตากลับมาคุยเรื่องศิลาเพลิงกับคุณชายรองไฉ
ส่วนทางนั้น เฟิ่งจิ่วอาศัยการย่างเนื้อตีสนิทกับคนของตระกูลไฉ เธอเรียกพวกเขาว่าพี่ชาย พี่สาว ฟังแล้วจิตใจชื่นบานนัก คนพวกนั้นจึงดูแลเธอเป็นพิเศษ
“เนื้อย่างมาแล้วขอรับ พวกท่านมาชิมเนื้อย่างดู เพิ่งย่างเสร็จ รสชาติดีเชียวล่ะ” เฟิ่งจิ่วยกเนื้อย่างมาให้พวกเขา ก่อนจะวิ่งกลับไปช่วยย่างเนื้อต่อ ชั่วขณะหนึ่ง กลิ่นหอมของเนื้อย่างกระจายไปทั่วป่า รวมถึงเสียงพูดคุยเคล้าเสียงหัวเราะด้วย
หลังจากกินเนื้อย่างเสร็จ คุณชายรองไฉยิ้มเอ่ย “ควรออกเดินทางได้แล้ว รั้งอยู่ที่นี่นานนักไม่ได้”
“ก็ดีเหมือนกัน” ไฉอี้ซิวพยักหน้ารับ ก่อนหันไปสั่งทุกคน จากนั้นก็เดินเข้าป่าไปพร้อมกับกลุ่มตระกูลไฉ
เฟิ่งจิ่วที่อยู่ในกลุ่มตามติดชายหนุ่ม ทั้งสองพูดคุยหัวเราะ ไม่ได้เดินรั้งท้ายสุด แต่ก็ไม่ได้เดินอยู่ด้านหน้าสุด แต่อยู่ตรงกลาง
ทันใดนั้น กลุ่มคนที่อยู่ข้างหน้าชะงักหยุด คุณชายรองไฉยกมือส่งสัญญาณ จากนั้นทุกคนก็เริ่มตั้งท่าระว