“เจ้าไม่คิดว่าข้าไปกับเจ้าจะดีกว่าหรือ?” เขามองเธอ ใบหน้าหล่อเหลาแสดงสีหน้าจริงจัง “ป่าภูเขาไฟแห่งนั้นอันตรายแค่ไหนเจ้าอาจคาดเดาได้ไม่หมด หากเจ้าไปคนเดียว ข้าคงไม่วางใจ”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “เทียบกับเรื่องนี้ ท่านช่วยข้าดูแลหอยาสวรรค์ก็พอแล้ว อยู่ทางนี้ข้ามีสหายไม่มาก คนที่เชื่อใจได้และมีความสามารถนี้ก็มีเพียงท่านคนเดียว”
เห็นเธอพูดถึงขนาดนี้ โม่เฉินได้แต่ยิ้มระอา “ดูท่าเจ้าคงตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าข้าจะพูดอะไรก็คงเปลี่ยนใจเจ้าไม่ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะไม่พูดมากอีก เจ้าเดินทางไปป่าภูเขาไฟก็ระวังตัวด้วยก็แล้วกัน!”
“อืม ข้ารู้ มา ดื่มกัน” เธอรินสุราให้เขา เอ่ยอีกว่า “ดื่มถ้วยนี้หมดลองชิมสุราอีกไหหนึ่ง รสชาติแตกต่างจากไหนี้อย่างสิ้นเชิงเชียวล่ะ…”
ในลานสวน ทั้งสองดื่มสุรากินข้าวและพูดคุยกัน วันนี้ โม่เฉินอยู่ที่จวนเฟิ่งจนถึงยามหัวค่ำจึงค่อยกลับ
“เอาล่ะ นี่ก็ค่ำแล้ว ข้ากลับก่อน” โม่เฉินลูบหน้าผากลุกขึ้น ร่างสูงซวนเซเล็กน้อย ยิ้มเอ่ยว่า “เจ้าบอกว่าสุรานี้ไม่ทำให้คนเมา นี่ดื่มตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ ไม่เมาหัวทิ่มถือว่าเก่งมากแล้ว”
เฟิ่งจิ่วนั่งนิ่งไม่ขยับ มือหนึ่งยกชันดวงหน้าที่แดงเรื่อ มองร่า