ไปแล้วขอรับ”
“อืม” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า ก็เห็นหลัวอวี่เดินเข้ามา “นายท่าน ข้ามีข่าวแล้ว”
“หืม? ข่าวอะไร?”
“หานหรงที่นายท่านสั่งให้ไปสืบอย่างไรเล่า ข้ามีข่าวของเขาแล้ว”
หลัวอวี่เอ่ย เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของนายท่านหายไป จึงรายงาน “เขากลายเป็นคนของพรรคมารแล้วจริงๆ อีกอย่างข้าได้ยินมาว่าพักนี้เขาอาจไปที่ป่าภูเขาไฟมา เพื่อไปเก็บของล้ำค่าที่เกิดจากภูเขาไฟธรรมชาติอย่างหนึ่ง หากต้องการฆ่าเขา นี่กลับเป็นโอกาสดี”
ตั้งแต่นายท่านกลับมาก็สั่งให้คนลอบสืบข่าวของหานหรงอย่างลับๆ ตอนนี้ถึงเพิ่งมีข่าวคราว หานหรงผู้นั้นทำให้คนของตระกูลเฟิ่งลำบากถึงเพียงนี้ เขาเชื่อว่าเมื่อนายท่านรู้ข่าวนี้จะต้องไม่ปล่อยให้หานหรงรอดไปได้แน่นอน
“ป่าภูเขาไฟ? หึๆ…”
เธอยิ้มๆ นัยน์ตากลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม เธอเดินไปเดินมาอยู่ในลานสวน ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอสั่งว่า “เหลิ่งหวา เมื่อถึงเวลาเจ้าเจรจาเรื่องงานกับตระกูลกู้ก็แล้วกัน พวกเจ้าดูแลหอยาสวรรค์ด้วย ตอนนี้คนทั่วไปไม่น่ามาหาเรื่องเราแล้ว ข้าจะไปที่ป่าภูเขาไฟสักครั้ง ถึงตอนนั้นข้าจะให้หงส์ไฟคอยอยู่ที่นี่ด้วย”
ได้ยินอย่างนั้นพวกเขามองหน้ากันแวบหนึ่ง หลัวอวี่ถามว่า “นายท่าน เหตุใดไม่สั่งให้พวก