บใดกัน? ไม่นึกเลยว่าจะกล้าท้าทายเจ้าหอยาสวรรค์? เจ้าหอผู้นั้นไม่เพียงเป็นผู้หญิง ทั้งยังอายุไม่มาก จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้อย่างไรกัน ช่างหน้าไม่อายนัก”
คนที่พูดอย่างนี้ล้วนเป็นผู้ฝึกตนทั่วไปและชาวบ้านธรรมดา ทว่าในฝูงชน พวกผู้นำตระกูลและคนจากกลุ่มอำนาจต่างๆ ยามได้ยินประโยคนั้นกลับสะดุดใจ สามารถทำให้ผู้แข็งแกร่งระดับปราชญ์เซียนขั้นสูงสุดเอ่ยปากท้าทายได้ หรือว่าเฟิ่งจิ่วเจ้าหอยาสวรรค์จมีพลังที่สูสีกับชายชราผู้นั้น?
นึกมาถึงตรงนี้ พวกเขาก็เริ่มรู้สึกตั้งตาคอย อยากเห็นสองคนนั้นสู้กันจริงๆ
ท่ามกลางฝูงชน ผู้นำตระกูลน่าหลันที่มาทีหลังยืนอยู่ข้างหลังกลุ่มคน หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น ก็อดหันไปมองลูกชายคนโตที่อยู่ข้างๆ ไม่ได้ “โม่เฉิน เฟิ่งจิ่วฝึกวรยุทธ์ไปถึงระดับใดแล้ว? หากนางรับคำท้า จะสู้ชายชราที่มีวรยุทธ์ระดับปราชญ์เซียนขั้นสูงสุดได้หรือไม่?”
ได้ยินคำถามนั้น น่าหลันจื่อเยี่ยนที่ตามทั้งสองมาด้วยก็อดหันไปมองพี่ชายของเขาไม่ได้ เขาเองก็อยากรู้จริงๆ เพราะอย่างไรเฟิ่งจิ่วก็ยังดูเด็กมาก จะมีวรยุทธ์ที่น่าสะพรึงเช่นนั้นแล้วจริงๆ หรือ?
“รอดูอีกเดี๋ยวก็รู้เอง” โม่เฉินตอบเสียงนุ่มนวล ยืนมองอย่างใจเย็น