แปรธาตุของเจ้า รวมถึงพรสวรรค์ด้านการปรุงยา ขอเพียงเจ้าใช้ประโยชน์จากพวกมัน ย่อมสามารถไปถึงจุดสูงสุดอย่างที่คนอื่นทำไม่ได้แน่นอน”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วสายตาเป็นประกาย กล่าวว่า “ในเมื่อเป็นอย่างนี้ งั้นก็ทำธุรกิจเดิมดีกว่า”
ได้ยินเธอพูดอย่างนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อหยัดยิ้มมุมปากเล็กน้อย ไม่พูดอะไรอีก ส่วนองครักษ์เฟิ่งกับพวกตู้ฝานกลับคิดในใจ ธุรกิจเดิม? ธรุกิจเดิมของนายท่านคืออันไหน? เป็นหมอ? หรือนักเล่นแร่แปรธาตุ? หรือว่านักปรุงยา?
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน! เรื่องอื่นวันหลังค่อยว่ากัน” เฟิ่งจิ่วกล่าว ก่อนจะจูงมือของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ “พวกเราไปเดินเล่นที่สวนข้างหลังดีกว่า ถือโอกาสไปดูด้วยว่าที่ห้องครัวเตรียมสุราอาหารเสร็จหรือยัง”
คนอื่นๆ เห็นอย่างนั้นก็ยิ้ม ไม่ได้เดินตามไป แต่ในขณะที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินตามเฟิ่งจิ่วไปด้วยดวงตาแฝงรอยยิ้ม จู่ๆ เธอก็หยุดเดิน
“ตู้ฝาน” เฟิ่งจิ่วหันกลับไปเรียก
“นายท่าน” ตู้ฝานก้าวเข้ามายิ้มรับ “เรื่องดื่มสุราไม่ต้องคิดเผื่อส่วนของพวกข้าแล้วก็ได้ ท่านกับเจ้าตำหนักไปฉลองกันสองคนก็พอ”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “นั่นมันแน่อยู่แล้ว เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องให้พวกเจ้าบอกข