ออกแรงดึงก็ดึงมือของนางออกได้แล้ว
เฟิ่งจิ่วมุมปากกระตุก เหล่มองเด็กสาวตัวอ้วนแวบหนึ่ง ลอบคิดในใจว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แรงเยอะธรรมดา แต่ยังแรงเยอะกว่าผู้ฝึกพลังเร้นลับหลายส่วน หากไม่ใช่ว่าเธอมีวรยุทธ์ระดับนี้จะดึงมือของนางออกได้อย่างไรกัน?
ขณะกำลังจะถอยออกจากเกี้ยว จู่ๆ ก็ถูกกอดขา ทำให้เธอต้องชะงักเท้าอย่างช่วยไม่ได้ เฟิ่งจิ่วหันกลับไปถลึงตาใส่เด็กสาวตัวอ้วน “ปล่อยมือ!”
“พี่ชาย ท่านจะไปไหน? พาข้าไปด้วยสิ!” เด็กสาวตัวอ้วนยิ้มเอาใจ กอดขาเฟิ่งจิ่วแน่นไม่ยอมปล่อย
เฟิ่งจิ่วหน้าดำทะมึน ไม่พูดกับเด็กสาวอีก เพียงหันไปมองชายวัยกลางคนที่กำลังยืนอึ้งอยู่นอกเกี้ยว “นี่ลูกสาวท่านหรือ?”
“ชะ ใช่!” ผู้นำตระกูลหยางสบตากับดวงตาดำใสของเด็กหนุ่ม พยักหน้าอย่างไม่รู้ตัว
“ในเมื่อเป็นลูกสาวของท่าน ยังไม่รีบดึงนางออกไปอีก?” ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีวิธีออกไป เพียงแต่หากสะบัดคนออก ก็เกรงว่าจะทำให้เด็กสาวตัวอ้วนบาดเจ็บได้
ผู้นำตระกูลหยางมองเฟิ่งจิ่ว ไม่รู้ทำไมจึงได้รู้สึกหวั่นเกรงเด็กหนุ่มคนนี้ เขารีบหันไปตะโกนใส่ลูกสาวตนเอง “เสี่ยวเอ้อร์ รีบปล่อยคุณชายท่านนี้เร็ว กอดคนอื่นเขาอย่างนี้ไม่ได้นะ รีบปล่อยเร็ว”
เสี่ยวเอ้อร์?
เฟิ่งจิ่วมุมปากกระตุก ชำเลืองมองเด็กสาวตัวอ้วนแวบหนึ่ง ช่างเป็นชื่อเล่นที่ดีจริงๆ
“พี่ชาย บ้านท่านอยู่ไหน? ท่านชื่ออะไร? ปีนี้อายุเท่าไรแล้ว?” เด็กสาวตัวอ้วนปล่อยมือที่กอดขาเฟิ่งจิ่ว ตั้งใจจะเปลี่ย