วนเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ภาพและสิ่งของตรงหน้าก็เปลี่ยนแปลงไปตามค่ายกลมายาอย่างต่อเนื่อง สายลมม้วนพัดเอาฝุ่นดินปลิวตลบ ดวงอาทิตย์เจิดจ้าส่องกลางหัว ทำให้พวกเขาก้าวเดินอย่างยากลำบาก
“ดูนั่น? ตรงนั้นมีหินอยู่ก้อนหนึ่ง!” ชายชุดดำคนหนึ่งร้องตะโกน ชี้ไปยังหินก้อนใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล ในค่ายกลมายาแห่งนี้ ไม่ว่าสิ่งของใดก็อาจเป็นกุญแจสำคัญในการทำลายค่ายกลมายาได้ทั้งสิ้น
“ไปดูกันเร็ว!” ทุกคนตะโกนอย่างตื่นเต้น สาวเดินไปข้างหน้าเร็วๆ ครั้นมาถึงตรงนั้น พวกเขายืนมุงดูก้อนหินครู่หนึ่ง ก่อนจะปรึกษากัน “ยกออกมาดูไหม? หากไม่ใช่ประตูเป็น เกรงว่าจะมีอันตรายอีก”
“ได้! ยกเถิด!”
ทุกคนพร้อมใจกันเอ่ย หนึ่งในนั้นก้าวออกมายกหินออก ในเสี้ยวพริบตาที่ยกหินก้อนนั้นออก ใต้เท้าพลันปรากฏหลุมดำหลุมหนึ่ง ทุกคนที่ยืนล้อมอยู่บริเวณนั้นพลันตกลงไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
หมายเลขหนึ่งเห็นว่าด้านล่างเป็นมีดแหลมคมหลายเล่มที่ชี้ตั้งขึ้นมาข้างบน ก็อดตกใจไม่ได้ รีบหยิบอาวุธชิ้นหนึ่งออกมาโยนลงไป ขณะที่อาวุธชิ้นนั้นขยายเป็นชิ้นใหญ่ปกคลุมลงไปข้างล่าง คนข้างบนก็ทยอยร่วงตกลงไปบนอาวุธชิ้นนั้น
หลังจากกรีดร้องด้วยความตกใจ ไม่นานทุกคนก็ได้สติ แต่ละคนต่างนึกกลัวในใจ “เหมือนไปเยือนประตูนรกมาครั้งหนึ่งจริงๆ หากไม่ได้อาวุธของหมายเลขหนึ่ง เกรงว่าพวกเราคงถูกแทงจนร่างพรุนแล้ว”
ทว่าในเวลานี้เอง ก็พลันได้ยินเสียงวัตถุเหล็กดังขึ้น ทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง จ