ขณะที่รีบสาวเท้าไปข้างหน้า ยังแอบชำเลืองมองเฟิ่งจิ่วในชุดสีเขียวแวบหนึ่ง จากนั้นก็รีบเข้าไปจับแขนสองคนนั้นไขว้หลัง แล้วจับกดให้คุกเข่าลงไป
“โอ๊ย! ใคร? ใครกล้าทำร้ายข้า!”
สองคนนั้นก่นด่า เงยหน้าขึ้นก็จำได้ว่าเป็นสหายของพวกเขา สองคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบอกว่า “ที่แท้ก็พวกเจ้าเองหรือ? พวกเจ้ามาได้อย่างไร? รีบปล่อยพวกข้าเร็ว ตรงนั้นมีผู้ฝึกตนหญิงสองคน! ช่วยปลอบขวัญพวกเราพี่น้องได้พอดี”
พวกคนที่จับกุมสองคนนั้นได้ยินก็หน้าเครียดทันที เดิมทียังไม่ออกแรงมากนัก แต่พอได้ยินสองคนนั้นพูด กลับออกแรงกดมากขึ้น “หุบปาก! หยุดพูดเหลวไหลเดี๋ยวนี้!”
ตอนนี้พวกเขาไม่กล้าเงยหน้ามองหัวหน้าของพวกเขาด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องมองก็รู้ ว่าสีหน้าของหัวหน้าตอนนี้ย่ำแย่แค่ไหน
ผู้ฝึกตนหญิงสองคนนั้นนั่งบนพื้น เห็นสองคนนั้นถูกคนใส่หน้ากากจับกุม แววตายังคงตื่นตระหนก พวกนางหันไปมองเด็กหนุ่มชุดเขียวที่มีใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งซึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ลึกๆ ข้างในรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด
บางทีอาจเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศแปลกๆ สองคนนั้นหันมอง ครั้นเห็นเงาร่างสีเขียวที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก็หัวเราะด้วยความเบิกบาน “ที่แท้ก็เป็นหัวหน้านี่เอง! หัวหน้าก็มาด้วยหรือ หรือต้องตาหญิงงามสองคนนั้นด้วยเหมือนกัน?”
“จับกลับไป” เฟิ่งจิ่วไม่ได้เดินไปหา เพียงพูดทิ้งท้ายไว้แล้วหมุนตัวเดินกลับไป
พวกเขาจับสองคนนั้นกลับไป รวมถึงหญิงสาวสองคนนั้นที่ถูกพากลับไ