้า คำพูดของท่านพวกข้าไม่กล้าลืม ตั้งแต่นาทีที่พวกข้าตัดสินใจติดตามท่า พวกข้าก็กลายเป็นคนของท่านแล้ว!”
เสียงของทุกคนชัดเจนและหนักแน่น และเวลานี้ สองคนที่ถูกกดให้คุกเข่าบนพื้นก็อึ้งงัน ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ พวกเขาก้มหน้า ทว่าไม่นานก็เงยหน้าขึ้นมาอีก ในดวงตาปรากฏแววขึ้งเคียด
“พวกข้าบอกว่าจะติดตามเจ้าแล้วอย่างไรเล่า? ก็แค่เล่นกับผู้หญิงสองคนเท่านั้น ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ? เจ้าเป็นคนที่มีพลังอ่อนแอที่สุดในบรรดาพวกเรา เจ้าเป็นแค่ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสูงสุด มีสิทธิ์อะไรมาบงการผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหินอย่างพวกข้า?”
คนอื่นๆ ที่ได้ยินอย่างนั้น ใบหน้าภายใต้หน้ากากขมวดคิ้วเล็กน้อย สองคนนี้อยากตายหรืออย่างไรกัน?
“ปล่อยพวกเขา” เฟิ่งจิ่วสั่งผู้ฝึกตนสองคนที่จับกุมสองคนนั้น สิ้นเสียง ผู้ฝึกตนสองคนนั้นปล่อยพวกเขา ก่อนจะถอยไปยืนอยู่ด้านหนึ่ง
สองคนนั้นได้รับอิสระก็ลุกขึ้นยืน เห็นเพียงเงาร่างชุดเขียวตรงหน้าโฉบไหว หมัดถูกเหวี่ยงมาทางพวกเขา ทั้งสองมองหน้ากันแวบหนึ่ง กัดฟันกรอด นึกอยากจะสั่งสอนเขาเหมือนกัน จะได้ไม่คิดว่าพวกเขาที่เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินต้องฟังคำสั่งของมัน!
ทว่าแม้สองคนจะร่วมมือกัน ความเร็วและพลังก็ยังอ่อนเกินไป ไม่อาจเทียบกับเฟิ่งจิ่วได้ เห็นเพียงยามหมัดของเธอเหวี่ยงออกมาก็ซัดถูกหนึ่งในสองผู้ฝึกตนอย่างแรง
“พลั่ก!”
“กร๊อบ!”
“อ๊าก!”
หมัดถูกเหวี่ยงอย่างแรง ไม่นานก็ได้ยินเสียง