ะลวงใจเข้าไปเลยนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน! ต้องมีคนแก้พิษให้พวกเขาแน่ๆ!
ยาทะลวงใจที่แม้แต่คนของสี่สำนักเซียนก็ยังไม่อาจแก้พิษได้ พวกเขาทำได้อย่างไร?
ลึกๆ ข้างในมีเงาร่างของใครคนหนึ่งผุดขึ้นมารางๆ ต้องเป็นภูตหมอเฟิ่งจิ่วแน่ๆ! ใต้หล้านี้นอกจากนางแล้วยังมีใครที่แก้พิษของยาทะลวงใจของพวกเขาได้อีก? ยิ่งไปกว่านั้น ได้ยินมาว่าภูตหมอเฟิ่งจิ่วมาที่แผ่นดินใหญ่แถบเหนือแม่น้ำแล้ว ยังช่วยแก้พิษให้เซียนท่านหนึ่งของสำนักบุปผาเซียนด้วย แต่กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากนั้น
ยามนี้เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าทั้งหมด เขามีหรือจะยังไม่เข้าใจ? เพียงแต่ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็นึกไม่ถึงว่าภูตหมอเฟิ่งจิ่วสมควรตายนั่นจะใจกล้าขนาดนี้ ถึงขั้นกล้าแฝงตัวเข้ามาอยู่ใต้เปลือกตาของเขา!
เพียงไม่กี่อึดใจ เขาก็มาหยุดยืนตรงหน้าเด็กหนุ่มในระยะที่ห่างออกไปสิบกว่าจั้ง รอบด้าน เหล่าคนที่ติดตามเขามาทิ้งตัวยืนอยู่ไม่ไกล ล้อมเด็กหนุ่มชุดดำไว้ตรงกลาง
ชายชุดคลุมสีดำหรี่สายตาคมปลาบ จ้องเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ในที่สุดก็ไม่เก็บซ่อนกลิ่นอาย และไม่ก้มหน้าหลุบตาต่ำอีกต่อไป กลางหว่างคิ้วเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นใจ ดวงตากระจ่างใสลึกล้ำ กลิ่นอายรอบกายแปรเปลี่ยน พลังนั่นทำให้นัยน์ตาของเขาไหวระริกอย่างอดไม่ได้
“ภูตหมอเฟิ่งจิ่ว!”
เสียงทุ้มต่ำแฝงความชั่วร้าย ไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นประโยคที่แสดงถึงความมั่นใจ สายตาของเขาจับจ้องเด็กหนุ่มตรงหน้าเขม็