บนโต๊ะ รู้สึกเหมือนแต่ละอย่างล้วนน่ากินมาก
“จานใดก็ได้”
ชายชุดคลุมสีดำตอบ ยกสุราขึ้นจิบหนึ่งคำ ยังไม่ทันกลืนสุราในปากลงคอ ก็เห็นเด็กหนุ่มใช้ตะเกียบเงินคีบอาหารทุกอย่างใส่ในถ้วย ผ่านไปไม่นาน อาหารก็กองกันเป็นเนินสูง
“เจ้าเลี้ยงหมูหรือ? เอาออกไป”
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วดันถ้วยตรงหน้าเขาออกไปอีกทาง แล้วคีบอาหารให้ใหม่ คราวนี้ เธอคีบแต่กระดูกกรอบให้เขาหนึ่งชิ้น เอาเถิด เลี้ยงหมา
ชายชุดคลุมสีดำกินอย่างละเมียดละไม คล้ายไม่เลือกกิน เฟิ่งจิ่วคีบอะไรให้เขาก็กิน เพียงแต่กินน้อย แต่ละอย่างเพียงชิมแค่สองคำก็ไม่กินแล้ว
หลังกินเสร็จ เขาก็เดินเล่นรอบๆ ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ก็กลับมาที่ตำหนักบรรทม ให้คนเตรียมน้ำอาบให้ ขณะเดียวกัน ก็โยนขวดขวดหนึ่งให้เฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วรับไปดู เห็นบนขวดเขียนไว้ว่ายาเลี่ยงอาหาร เธอถอนหายใจ รู้ดีว่าอยากกินเนื้อนั้นคงไม่ต้องฝันแล้ว ทำได้เพียงใช้ยาเลี่ยงอาหารเติมท้องเท่านั้น
ครั้นชายชุดคลุมสีดำเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำ เธอถูกสั่งให้ยืนเฝ้านอกห้อง ด้วยเหตุนี้จึงไม่อาจก้าวเข้าไปข้างใน ยิ่งไม่ต้องคิดจะฉวยโอกาสตรวจสอบข้างในเลย ในตำหนักบรรทมเองก็น่าจะมีคนคอยจับตาดูในที่มืดอยู่ไม่น้อย เธอกระทั่งมั่นใจได้ว่า ในหมู่คนพวกนี้ต้องมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเธออยู่ด้วยแน่
สองวันต่อมา ทุกอย่างเงียบสงบ ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เธอกลับได้รู้ว่าพวกหมายเลขหนึ่งถูกพากลับมาแล้ว เพียงแต่ ตอนนี้เธอต้องติด