งอยู่ที่ใด” ต้วนเยี่ยเก็บจดหมายท โบกมือสั่งให้เด็กหนุ่มถอยออกไป
“ขอรับ” เด็กหนุ่มชุดดำรับคำ แล้วจึงค่อยโฉบกายจากไป
สามเดือนต่อมา
ณ สำนักตะวันฉาย หนึ่งในสี่สำนักใหญ่ เสียงฟ้าร้องพลันดังลงมาจากท้องฟ้า ไม่นานเสียงสายฟ้าสามสายฟาดลงมายังยอดเขาลูกหนึ่ง สายฟ้าแต่ละเส้นล้วนแฝงไว้ด้วยแรงสั่นสะเทือนยิ่งใหญ่ ดึงดูดความสนใจของผู้คนในสำนักตะวันฉาย
“ดูนั่น! เป็นเสียงที่ดังมาจากยอดเขาไผ่เขียว มีคนกำลังทะลวงขั้น!”
“การทะลวงขั้นธรรมดาไม่อาจทำให้เกิดสายฟ้าเช่นนี้ได้ เกรงว่าอย่างน้อยก็ต้องเป็นการทะลวงขั้นจากระดับหลอมแก่นพลังไปยังระดับกำเนิดวิญญาณ”
“สายฟ้าสามเส้นผ่านไปแล้ว พวกเจ้าดูนั่น เมฆหลากสีบนยอดเขาไผ่เขียวนั่น!”
เห็นเพียงท่ามกลางยอดเขามากมาย หนึ่งในนั้นมีเมฆหลากสีดุจเสื้อผ้าสีสันงดงามก้อนหนึ่งลอยอยู่หนือยอดเขา คล้ายมีเสียงดนตรีอันงดงามจากสวรรค์ดังมา…
“ฟังว่าหลายเดือนก่อนในสำนักเซียนเมฆากับอีกสองสำนักเซียนมีศิษย์ทะลวงขั้น ซ้ำยังทะลวงขั้นสู่ระดับกำเนิดวิญญาณด้วย ตอนนั้นท้องฟ้าก็เปลี่ยนสีดึงดูดสายตาผู้คน ได้ยินว่าศิษย์ที่ทะลวงขั้นยังเป็นผู้ที่ถูกเลือกมาจากแปดจักรวรรดิใหญ่เสียด้วย”
“ในยอดเขาไผ่เขียวคนที่มีโอกาสทะลวงขั้น หรือจะเป็นศิษย์พี่ซ่งหมิง?”
“น่าจะใช่ พรสวรรค์ของศิษย์พี่ซ่งแม้แต่เจ้าสำนักยังเคยออกปากชม แม้จะปรากฏตัวน้อยครั้ง แต่ได้ถูกขนานนามว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ไม่กี่คนในสำนักเราแล้ว อนาคตไกลแน