าแสดงความพอใจ
หากพวกเฟิ่งจิ่วอยู่ที่นี่ จะต้องจำเด็กสองคนนี้ได้แน่ คนโตก็คือหยางหยาง คนเล็กก็คือเฟิ่งเยี่ย ทั้งสองคนหลังจากถูกช่วยมาก็ถูกพามาที่สำนักเซียนเมฆาแห่งนี้ และกราบเซียนซวีอู๋เป็นอาจารย์
“เด็กสองคนนี้เรียนเพียงไม่กี่เดือน ก็ชำนาญวิชากระบี่แล้ว ศิษย์พี่ สายตาท่านดีนัก!” ชายชราที่อยู่ด้านหนึ่งยิ้มกล่าวกับเซียนซวีหยวน
“ฮ่าๆ ว่าไปแล้วก็ต้องขอบคุณตาเฒ่าเทียนจีนั่น ครั้งก่อนข้าไปเยี่ยมเยือนเขา เขาก็ชี้ทางให้ข้า นึกไม่ถึงตามหามานานขนาดนี้ สุดท้ายก็เจอจนได้” ชายชรายิ้มตาหยี ใบหน้าเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม “ฝึกฝนเด็กสองคนนี้ให้กลายเป็นคนมีความสามารถ ข้าเองก็ถือว่ามีผู้สืบทอดแล้วเช่นกัน”
“เด็กสองคนนี้แม้แต่นิสัยก็ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะคนตัวเล็ก หน้าตายิ่งโดดเด่น เกรงว่าคงไม่ใช่เด็กในตระกูลทั่วไปกระมัง?” ชายชราที่อยู่ข้างๆ ถาม สายตาจับจ้องไปที่เฟิ่งเยี่ยซึ่งอยู่ข้างหน้า
“ช่วยไว้ระหว่างทาง จึงไม่รู้ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แต่เด็กสองคนนี้มีวาสนาเป็นศิษย์อาจารย์กับข้า ทว่ากลับมีวาสนากับครอบครัวน้อยนัก หากอยู่กับครอบครัวต่อไปเกรงว่าจะรอดชีวิตได้ยาก เมื่อใดที่พวกเขาร่ำเรียนจนคงแก่วิชาค่อยให้พวกเขาลงเขาไปตามหาครอบครัว”
เซียนซวีอู่ลูบหนวด มองเด็กสองคนนั้นแวบหนึ่ง กล่าวอีกว่า “ใช่แล้ว คนของสี่สำนักใหญ่ส่งคนออกไปตามหาเฟิ่งซิงไม่ใช่หรือ? ข้าเหมือนได้ยินว่ามีข่าวคราวบ้างแล้วมิใช่หรือ?”
“ในข่าวบอกว่าเป