ีก?
“มองข้าทำไมกัน?”
เด็กหนุ่มหันกลับมายิ้ม รอยยิ้มของเขากลับมาเป็นรอยยิ้มที่ใสซื่อไร้เดียงสาอีกครั้ง หากพวกเขาไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง พวกเขาก็แทบไม่อยากเชื่อว่ายามเด็กหนุ่มโหดเหี้ยมขึ้นมาจะน่ากลัวขนาดนี้
“อะแฮ่ม! ไปกันเถิด!” เหลยเซียวกระแอม ปรับอารมณ์แล้วเดินหน้าไปพร้อมกับทุกคน
หมายเลขหนึ่งมองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง เขาเองก็เดินไปข้างหน้าโดยไม่ได้พูดอะไรมาก มีเพียงชายไว้หนวดที่เดินมาข้างๆ เฟิ่งจิ่ว พลางชะโงกหน้ามองพิจารณาเขา แต่กลับไม่ถามอะไร
ขณะที่ทุกคนเดินไปข้างหน้า ข้างนอกนั้น ผู้อาวุโสกุ่ยกำลังนั่งล้อมวงหารืออะไรบางอย่างกับเหล่าผู้ฝึกตนระดับเซียนเหิน
“นอกจากคนที่ตายไป ก็ไม่พบร่องรอยของคนน่าสงสัยอีก พวกข้าเฝ้าอยู่ในป่าสองวันแล้วก็ไม่เจออะไร เลยคิดว่าอีกฝ่ายแฝงตัวเข้ามาแล้วถูกคนของเราจับได้จึงหนีไปหรือเปล่า?” ผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินบอกผู้อาวุโสกุ่ย
“หากเป็นอย่างนั้นก็ดี ข้าเพียงกังวลว่าในกลุ่มนี้ของเราจะมีใครแฝงตัวเข้ามาหรือไม่?” ผู้อาวุโสกุ่ยหรี่ตา ลอบใคร่ครวญในใจ พิจารณาคนพวกนั้นทีละคนๆ แต่ก็ยังไม่พบใครน่าสงสัย
ถึงอย่างไร การจะรอดพ้นจากสายตาของพวกเขา ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งไปกว่านั้น คนที่จับตัวมาส่วนมากล้วนเป็นผู้ฝึกตนธรรมดา ไม่ได้เป็นคนเก่งกาจอะไร หากมีความสามารถขนาดนั้นจริง คงไม่ถูกพวกเขาจับตัวมา
“ข้าว่าคนที่พวกเราจับตัวมาล้วนไม่มีใครน่าสงสัย คนคนนั้นฆ่าผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณของเ