อะไร ลึกๆ ข้างในกลับไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ใครจะรู้ เดินไปได้ระยะหนึ่ง กลับเจอชายสิบกว่าคนก่อนหน้า
“พวกเจ้าย้อนกลับมาอีกแล้วหรือ?” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเห็นพวกเขาก็ตะลึงเล็กน้อย เพราะอย่างไรเส้นทางในค่ายกลนี้ก็ไม่ได้เดินกันง่ายๆ แต่ตอนที่เขาเห็นเด็กหนุ่มชุดเขียว ก็เบิกตากว้างอีกครั้ง “จะ เจ้าอีกแล้ว?”
เจ้าเด็กคนนี้พลัดหลงกับกลุ่ม แต่กลับถูกตามกลับมาได้ในที่สุด? เจ้าเด็กนี่โชคดีไปแล้วกระมัง?
“ก็ข้าน่ะสิ!” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี “พวกท่านจะไปกับพวกข้าหรือไม่?”
ทุกคนก็ไม่มีทางเลือก สุดท้ายก็ทำได้เพียงไปกับพวกเขา แม้จะออกไปไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องพลัดหลงกัน ทว่า สิ่งที่ทำให้พวกเขาคิดไม่ถึงก็คือ ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม พวกเขากลับเดินออกจากค่ายกลได้
“อะ ออกมาแล้ว? เป็นไปไม่ได้” ชายคนหนึ่งหันไปมองข้างหลังอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนหันกลับมามองเฟิ่งจิ่ว ชั่วขณะหนึ่ง สายตาที่มองเขาแปรเปลี่ยนเป็นสับสน
“ข้าบอกแล้ว ข้าก็รู้เรื่องค่ายกลอยู่บ้าง!”
เฟิ่งจิ่วเอ่ยพร้อมกับยิ้มตาหยี ท่าทางใสซื่อ แต่พอได้ยินเขาพูดอย่างนั้น กอปรกับเห็นท่าทางของเขา กลับทำให้อีกสิบกว่าคนโกรธจนต้องขบกราม นึกอยากจะเข้าไปชกหน้าเขาสักครั้ง
แต่นึกดูอีกที คนอื่นเขาก็บอกแต่แรกแล้วแท้ๆ แต่เป็นพวกเขาที่ไม่เชื่อเอง กลับมองข้ามคนอื่นเขาโดยสัญชาตญาณ ตอนนี้จะโทษเขาอีกได้อย่างไรกัน? สุดท้าย แต่ละคนก็ได้แต่กล้ำกลืนความโกรธเอาไว้
“ไปกันเถิด! เดินไปทาง