ำมือของคนพวกนั้น จะรอดออกไปจากป่าผืนนี้ได้หรือไม่ยังเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้” ปี้ซานแค่นเสียง จ้องหน้าพวกเขาอย่างไม่เป็นมิตร
คนพวกนี้แม้เดิมจะไม่ใช่คนโหดร้ายกระหายเลือด แต่อยู่ในนี้มาหลายเดือน เพื่อเอาชีวิตรอด แต่ละคนล้วนเหมือนสัตว์ร้าย คิดจะเชื่อใจคนอื่นนั้นยากมาก
“เพราะอย่างนี้ ถึงควรร่วมมือกัน” ชายรูปร่างหน้าตาสะอาดสะอ้านคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงข้ามเอ่ยขึ้น มองหน้าพวกเขา “หรือว่าพวกเจ้ายอมมอบชีวิตของตนเองให้คนของวิหารราตรีจริงๆ? ยอมแม้กระทั่งไม่อาจควบคุมความเป็นความตายของตนเองได้?”
ทุกคนเงียบงัน พวกเขาไม่ยอมอยู่แล้ว แต่ตอนนี้จะทำอะไรได้?
เฟิ่งจิ่วกระตุกมุมปากเล็กน้อย ประกายสนุกสนานพาดผ่านดวงตา น่าสนใจ คนพวกนี้คิดจะทำอะไรกัน? คิดจะลุกขึ้นสู้งั้นหรือ? คงไม่ได้โง่ขนาดนี้กระมัง?
ด้วยพลังของพวกเขาอย่างไรก็หนีออกไปไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น อาวุโสกุ่ยก็ไม่ใช่คนที่จะต่อกรได้ด้วยง่ายๆ พวกเขาอยากจะหนีออกไปนั้นยากมาก อีกอย่าง พวกเขาแต่ละคนล้วนโดนยาพิษ ซึ่งเป็นพิษที่คนทั่วไปแก้ไม่ได้
“ร่วมมือที่พวกเจ้าพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร?” เหลยเซียวถามเสียงขรึม พลางระแวดระวังพวกเขา และพยายามคาดเดาเจตนาของอีกฝ่าย
ชายหน้าตาสะอาดสะอ้านมองหน้าคนข้างๆ แวบหนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “มีข่าวหนึ่งพวกเจ้าอาจยังไม่รู้ นั่นก็คือ คนที่รอดออกไปจากที่นี่ สุดท้ายจะถูกขังไว้เพื่อฝึกฝนต่อที่นี่ และการฝึกฝนนั้น ก็ไม่ใช่การฝึกฝนธรรมดา