เจ้าเด็กนั่นนัก? หายไปก็หายไปสิ ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่อะไร?”
“ก่อนหน้านี้ ปี้ซานถูกพิษงู เป็นเจ้าหนูนั่นที่ช่วยเขาไว้” ชายอีกคนตอบพลางส่ายหน้า “กลับไปตอนนี้ก็เกรงว่าจะสายไปแล้ว”
เวลานี้ เฟิ่งจิ่วที่ไม่รู้ว่าพวกปี้ซานกลับมาตามหาเธอ กำลังใช้กิ่งไม้วาดวงกลมบนพื้น ก็ได้ อาจดูเหมือนวงกลม แต่ที่จริงมันคือค่ายกล เธอกำลังวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของค่ายกล รวมถึงหาตำแหน่งของประตูเป็นและประตูตายด้วย
เพราะความประหลาดของค่ายกลนี้ ยามค่ายกลเปลี่ยนแปลงเสียงร้องขอความช่วยเหลือของคนที่อยู่ข้างในจะไม่สามารถดังออกมาได้ ด้วยหตุนี้ เธอนั่งอยู่ตรงนี้ครู่หนึ่งแล้ว ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือหลายครั้งรางๆ เท่านั้น ซึ่งก็คือคนกลุ่มหน้านั้นนั่นเอง
“ระยะเวลาที่ค่ายกลเปลี่ยนแปลงก็คือครึ่งก้านธูป เช่นนั้นเมื่อมาถึงตรงนี้ ก็น่าจะเป็นอย่างนี้ หากจะออกไปจากที่นี่ เช่นนั้นก็ต้องเข้าไปจากตรงนี้” เธอพึมพำเบาๆ ถือกิ่งไม้ลากไปตามผิวดิน
“เจ้าหนู! เจ้าอยู่ไหน?”
ฉับพลันนั้น เสียงของปี้ซานดังมา เฟิ่งจิ่วตะลึงเล็กน้อย เงยหน้ามอง ด้านหน้าขาวโพลนมองไม่เห็นเงาคน เสียงนั้นแยกแยะไม่ออกว่าจากทิศใด ทว่า เมื่อครู่เธอเพิ่งเดินวนรอบหนึ่ง กลับสามารถเดินไปหาพวกเขาได้ง่ายๆ
ด้วยเหตุนี้เธอยืนขึ้น แล้วลบภาพบนพื้นด้วยเท้า ก่อนจะเดินไปข้างหน้า ทว่าเพิ่งจะเดินออกไปได้ระยะหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงร้องครวญรวมถึงได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมา
เธอขมวดคิ้