่างหนึ่งโฉบผ่าน เงาร่างนั้นเร็วดุจวิญญาณจนพวกเขามองตามไม่ทัน รู้เพียงว่าอยู่ในม่านหมอก เงาร่างนั้นโฉบผ่านด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด คว้าเอาร่างของผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณคนนั้นไป
“ใครน่ะ!”
ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณตวาดถาม แต่ก็ทำได้เพียงถามประโยคเดียว เพราะไม่นานเขาก็เงียบหายไป
พวกปี้ซานนั่งตกตะลึงอยู่บนพื้น ตั้งตัวไม่ทันในชั่วขณะหนึ่ง
เป็นใคร? ใครที่ช่วยพวกเขาไว้? ฝีมืออย่างนั้น ความเร็วขนาดนั้น จะต้องเป็นผู้แข็งแกร่งที่เหนือกว่าระดับเซียนเหินแน่ๆ หากมีผู้แข็งแกร่งแฝงตัวเข้ามาจริงๆ เช่นนั้นพวกเขาก็มีทางรอดแล้วใช่หรือไม่?
“พวกท่านทำไมนั่งอยู่บนพื้นเล่า?” เฟิ่งจิ่วเดินออกมาจากม่านหมอก มองพวกเขาที่นั่งเหม่ออยู่บนพื้นอย่างประหลาดใจ เธอหันไปมองรอบๆ แล้วถาม “เหตุใดเหลือเพียงพวกท่านสามคน? พวกท่านก็พลัดหลงเช่นกันหรือ?”
ผ่านไปครู่หนึ่งทั้งสามถึงค่อยได้สติ พวกเขาลุกขึ้นแล้วจ้องมองรอบๆ ไม่มีแล้ว กลิ่นอายอันตรายเมื่อครู่หายไปแล้ว ดูเหมือนผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณคนนั้นคงถูกฆ่าแล้ว เพียงแต่ คนที่ช่วยพวกเขาไว้ เป็นใครกันนะ?
นาทีนี้ ไม่มีใครนึกถึงเฟิ่งจิ่วที่เพิ่งปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาเลย เพราะอย่างไร เด็กหนุ่มที่มีวรยุทธ์ระดับสร้างรากฐาน จะทำเรื่องอย่างนั้นได้อย่างไรกัน? พวกเขาไม่แม้กระทั่งสงสัยเขาก็ตัดเขาออกจากความเป็นไปได้
“พวกข้ามาตามหาเจ้า เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
ปี้ซานถาม หลังจากใจเย็นลง เ