ั้นจึงลดต่ำลง
เฟิ่งจิ่วที่ถูกลากไปข้างหน้าด้วยเพิ่งจะได้สติกลับมาหลังผ่านไปครู่หนึ่ง เธอมองพิจารณาคนรอบๆ ขณะที่เธอกำลังมองพิจารณาพวกเขา พวกเขาก็แนะนำตัวกันเสร็จแล้ว และกำลังมองมาที่เธอ
“เจ้าวิ่งหนีเร็วมากไม่ใช่หรือ? เหตุใดพออยู่ในป่าผืนนี้จึงวิ่งไม่ออกแล้วเล่า?” หนึ่งในนั้นถามด้วยรอยยิ้มอย่างยากจะเห็น เห็นชัดว่าเพราะนึกถึงภาพเหตุการณ์ตอนที่เฟิ่งจิ่วถูกเสือร้ายวิ่งไล่
“ป่าผืนนี้พื้นไม่ราบ หญ้าก็เยอะ ย่อมวิ่งเร็วได้ไม่เหมือนยามปกติอยู่แล้ว” เฟิ่งจิ่วตอบ มองพวกเขา ก่อนถามว่า “พวกท่านจับกลุ่มกันเดินทางหรือ? เช่นนั้นข้าไปกับพวกท่านด้วย ได้หรือไม่?”
พวกเขาได้ยินอย่างนั้น มองเขาแวบหนึ่ง เหลยเซียวตอบ “ท่ามกลางผู้คนมากมายขนาดนี้ เจ้าดูอ่อนแอที่สุด เจ้าจะตามพวกข้าไปนั้นได้ แต่บอกไว้ก่อนว่าห้ามเป็นตัวถ่วงพวกข้าเด็ดขาด”
เฟิ่งจิ่วเผยยิ้มดีใจ ใบหน้าสะท้อนความใสซื่อ “ไม่แน่นอน ข้าจะไม่เป็นตัวถ่วงแน่นอน” เธอจะเป็นตัวถ่วงได้อย่างไรกัน? ล้อกันเล่นแน่ๆ
“ตอนนี้ยังไม่มีแผนที่ เกรงว่าพวกเราคงได้แต่หลงทางอยู่ที่นี่ หลังจากนี้ พวกเจ้ามีคำแนะนำอะไรหรือไม่?” เซียวเหลยมองพวกเขาพลางถาม