ั้นเป็นสัตว์เทวะแล้ว ยามนี้เขาเรียกมันออกมาตรงหน้า
ครั้นทุกคนเห็นสัตว์ร้ายตัวนี้ แววตาก็ไหวระริก ต่างอดไม่ได้ที่จะผงะถอยหลัง มองเสือตัวนั้นด้วยท่าทางระแวดระวัง ผู้อาวุโสกุ่ยจู่ๆ ก็เรียกเสือตัวนี้ออกมา แม้แต่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขา ก็เกรงว่ายากจะสู้กับสัตว์ร้ายด้วยตัวคนเดียว
แต่ทว่า…
นาทีนี้ บางคนหันไปจับจ้องเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาสับสน เห็นเพียงเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหน้าได้แต่ยืนทำหน้าตะลึงงัน ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย สีหน้าซีดขาวเบิกตากว้างอ้าปากค้างจ้องสัตว์ร้ายที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขา ไม่รู้ว่าเพราะตกใจจนตัวแข็งทื่อหรือเปล่า เขาถึงกับไม่ถอยหลังหนีสักนิด
ผู้อาวุโสกุ่ยหรี่ตา ลูบหัวของเสือข้างกาย ดวงตาชั่วร้ายจับจ้องไปที่เฟิ่งจิ่ว “ไป กัดขาของเจ้านั่นให้ขาดเสีย” สิ้นคำสั่ง เสือตัวนั้นคำรามต่ำ พุ่งตัวออกไป อ้าปากกว้าง เผยเขี้ยวแหลมคมกระหายเลือด กระโจนเข้าใส่เฟิ่งจิ่ว
“กรรซ์!”
เฟิ่งจิ่วมองดูอย่างอึ้งงัน ได้แต่เบิกตาค้าง กระทั่งได้ยินคำสั่งของผู้อาวุโสกุ่ย กอปรกับเห็นเสือร้ายกำยำแข็งแกร่งเปล่งเสียงคำรามลั่น อ้าปากเผยเขี้ยวเสือพุ่งเข้ามาหาเธอ เธอทำราวกับตกใจ กรีดร้องเสียงแหลมด้วยความตื่นกลัว
“อ๊าก!”
เสียงนั้นเล็กแหลมเสียดแทงแก้วหู แฝงไว้ด้วยแรงกดดันที่มีเฉพาะผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน เสียงนั้นเสียดแทงเข้าไปในหูของกลุ่มคนในขณะที่พวกเขามัวแต่ตะลึงงัน ทำให้พวกเขารู้สึกปวดแก้วหู ตามม