กเสื้อ เฟิ่งจิ่วอึ้งงัน ก้มหน้ามอง ได้แต่ทำหน้าดำทึบ
“แบ๊! แบ๊ๆๆ!”
เสือน้อยราวกับค้นพบเรื่องสนุก มันกลับเลียนเสียงร้องของแกะไม่หยุด หางของมันส่ายไปส่ายมา หัวเล็กๆ ของมันยังถูไถหน้าอกของเฟิ่งจิ่วสะเปะสะปะ ราวกับกำลังร้องขอคำชม
“แบ๊!”
“แบ๊อะไรของแก!” เฟิ่งจิ่วตบหัวเสือน้อยอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าเป็นเสือขาว เลียนเสียงร้องของแกะไปทำไม? มีความมุ่งมั่นบ้างหรือไม่? เป็นถึงเจ้าป่าแต่กลับเลียนเสียงร้องของแกะ? หากแม่ของเจ้าได้ยินต้องอกแตกตายเพราะเจ้าแน่”
“แบ๊!”
“ยังจะร้องแบ๊อีก?” เธอถลึงตาจ้อง เงื้อมือขึ้นทำท่าจะตบ
เสือน้อยหดคอ ดวงตาคู่นั้นจ้องมองเธอเหมือนไร้ความผิด “ฮื่อ!” ครางเสร็จ มันก็เรอออกมา
เห็นอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วจึงหัวเราะ ยื่นมือไปลูบท้องกลมๆ ของมัน “กินอิ่มขนาดนี้เลยหรือ? เช่นนั้นเจ้าเข้าไปเล่นในห้วงมิติก็แล้วกัน” เอ่ยจบ เห็นว่ารอบข้างไม่มีคน จึงเก็บเสือขาวเข้าไปในห้วงมิติ
จัดระเบียบเสื้อผ้าบนตัว ก่อนจะแบกตะกร้าสมุนไพรขึ้นหลังแล้วเดินออกจากตรอก เดินเตร็ดเตร่สังเกตการณ์ไปทั่วเมือง
“หอรวมสมบัติ?”
เฟิ่งจิ่วยืนอยู่หน้าประตูอาคารหรูหราแห่งหนึ่ง แหงนหน้าเล็กๆ มองตัวหนังสือขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างบน พลางมอง