งจิ่วหยิบมีดสั้นออกมา แล้วกรีดฝ่ามือของเซียนหยวนชิงอย่างไม่ลังเล ก็ยิ่งเบิกตากว้าง
“ขะ เขากำลังทำอะไร? ปล่อยเลือดเช่นนี้ คนเป็นๆ ก็ทนไม่ไหว!” เจ้าเขาที่ทำหน้าบึ้งแย้งเสียงดัง เบิกตากว้างจ้องเฟิ่งจิ่วเขม็ง
ได้ยินเสียงพูดและเสียงร้องด้วยความตกใจของคนพวกนั้นดังมา เฟิ่งจิ่วขมวดคิ้ว หันกลับไปตวัดมองพวกเขาแวบหนึ่ง จากนั้นก็หันไปบอกมู่หรงอี้เซวียน “เสียงดังเกินไปแล้ว ออกไปข้างนอกให้หมด”
“เจ้าสำนัก เจ้าเขาทุกท่าน เชิญออกไปรอข้างนอกเถิดขอรับ!” มู่หรงอี้เซวียนทำตามที่เธอสั่งอย่างไม่รีรอ ถึงอย่างไรตลอดเส้นทางเธอก็บอกเขาแล้ว จะรักษาอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเธอ
“เจ้าหนูนี่ เจ้าหนูนี่มัน…” เจ้าเขาหน้าบึ้งเบิกตากว้างหมายจะสั่งสอนเฟิ่งจิ่ว กลับถูกเจ้าสำนักตวาดลั่น
“เอาล่ะ ออกไปข้างนอกกันให้หมด!” เจ้าสำนักสั่ง แล้วหันไปกำชับสองคนข้างๆ “พวกเจ้าสองคนอยู่ต่อ ดูว่าต้องช่วยอะไรหรือไม่!”
สองคนนั้นคนหนึ่งเป็นหมอในสำนัก อีกคนเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ ได้ยินคำสั่งของเจ้าสำนัก จึงพยักหน้ารับ “ขอรับ”
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองสองคนนั้น แล้วบอกว่า “ในเมื่อจะช่วย เช่นนั้นก็อย่ามัวยืนอยู่ แก้เชือกที่มัดมืออีกข้างของเขาออกเสีย” เธอสั่ง พลางถอยหลังเช็ดมือให้สะอาด
เห็นน้ำสะอาดในอ่างกลายเป็นน้ำเลือดสีม่วงดำภายในเวลาไม่นาน จึงสั่งให้คนไปเปลี่ยนน้ำมาอีกหนึ่งอ่าง กระทั่ง หลังจากเปลี่ยนน้ำสามอ่าง สีของเลือดจึงสะอาดขึ้นบ้าง เพียงแต่ สีหน