ที่เดินผ่านมา ให้พวกนางไปยกน้ำชากับของว่างมา
“ดูท่าทางของท่าน หลายปีมานี้คงอยู่สุขสบายดี” เฟิ่งจิ่วว่า พลางยกกาน้ำชาขึ้นมา จากนั้นรินน้ำชาสองถ้วย
มู่หรงอี้เซวียนที่ได้ยินอย่างนั้นมองเธอ ถามว่า “เจ้าเล่า? หลายปีมานี้สบายดีกระมัง?”
“ก็ยังเหมือนเดิม ไปไหนก็มีแต่เรื่องวุ่นวาย” เฟิ่งจิ่วพูดหยันตนเองอย่างยิ้มๆ “ขอเป็นที่ที่มีข้าอยู่ ก็มักมีเรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้นเสมอ”
“เรื่องวุ่นวายก็เป็นประสบการณ์อย่างหนึ่ง ดูเพียงว่าเจ้าจะรับมือกับมันอย่างไร” มู่หรงอี้เซวียนเอ่ยเสียงแช่มช้า มองเธอที่อยู่ตรงหน้า นัยน์ตาไหวระริก “มีเรื่องหนึ่งเจ้าอาจยังไม่รู้”
“อ้อ? เรื่องอะไรหรือ?” เฟิ่งจิ่วยกชาขึ้นจิบคำหนึ่งพลางถาม
“คำทำนายเกี่ยวกับดาราหงส์ของผู้เฒ่าได้แพร่กระจายออกไปนานแล้ว แม้แต่อำนาจบางฝ่ายที่อยู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่แถบเหนือแม่น้ำ ก็เริ่มเคลื่อนไหวลับๆ กันแล้ว บ้างก็อยากกำจัดเจ้า บ้างก็อยากปกป้องเจ้า บ้างก็รอดูสถานการณ์อยุ่” เขามองเธอขณะพูด เห็นเธอหลุบตา สีหน้ายังคงเป็นปกติ ก็อดกระดกมุมปาก เผยยิ้มจางๆ ไม่ได้
“ดูท่า เจ้าไม่ได้กังวลเลยสักนิด”
แต่เฟิ่งจิ่วที่ได้ยินประโยคนั้นกลับเงยหน้ายักคิ้วมองเขา ถามด้วยรอยยิ้มที่เหมือนจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม “ท่านรู้หรือว่าเฟิ่งซิงหมายถึงข้า?”
“มองไปทั่วใต้หล้านี้ ข้าคิดว่าน่าจะมีเพียงเจ้าแล้” เขาตอบเสียงนุ่มนวล มองเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง “ยิ่งไปกว่านั้น ปีนั้นเจ้าเองก็เคยพูดประโยคหนึ่