บก้มหน้า ตอบว่า “ขอรับ! ข้าจะทำให้ได้ภายในหนึ่งเดือนแน่นอน! ไม่มีทางทำให้นายท่านผิดหวังแน่นอน!”
“ท่านพี่ ท่านพาคนไปช่วยเขาด้วย ภายในหนึ่งเดือน ข้าต้องการให้สองจักรวรรดินี้หายไปเสีย” เฟิ่งจิ่วหันไปบอกกวนสีหลิ่น
“ไม่มีปัญหา!” กวนสีหลิ่นตอบรับด้วยน้ำเสียงกังวาน
ส่วนผู้ครองแคว้นจักวรรดิบุริมฉายที่ได้ยินอย่างนั้นก็ลิงโลด ดียิ่งนัก! มีกวนสีหลิ่นคอยช่วย ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมาก
เฟิ่งจิ่วครุ่นคิด แล้วพูดเสริมว่า “ท่านพากลืนเมฆากับเหล่าไป๋ไปด้วยก็แล้วกัน! ให้พวกมันฝึกฝนมากหน่อย วันนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่ แยกย้ายกันได้แล้ว!”
“ขอรับ” ทุกคนรับคำ แล้วทยอยเดินออกไป มีเพียงกวนสีหลิ่นที่อยู่ต่อ
“เสี่ยวจิ่ว เก็บบุริมฉายไว้เช่นนี้ภายภาคหน้าจะไม่มีปัญหาหรือ?” กวนสีหลิ่นถามเรื่องที่เขากังวลใจ ถึงอย่างไรคนที่ทำพิธีผูกพันธสัญญาต่อฟ้าดินก็มีแค่ผู้ครองแคว้นจักรวรรดิบุริมฉายคนเดียว
“ไม่เป็นไร”
เธอยิ้มๆ แล้วบอกว่า “มีบทเรียนครั้งนี้เตือนใจ แม้ไม่ได้ทำพิธีผูกพันธสัญญาพวกเขาก็ไม่กล้าเป็นศัตรูกับข้าแล้ว เก็บบุริมฉายไว้ก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน อย่างน้อย หากภายหน้าพวกเขากล้าแปรพักตร์ ค่อยทำลายพวกเขาตอนนั้นก็ยังไม่สาย”
“ในเมื่อเจ้าว่าเช่นนี้ ก็ทำตามนี้แล้วกัน!” กวนสีหลิ่นเดินไปนั่งด้านหนึ่ง “เรื่องที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกข้าได้แล้ว เจ้าจะเดินทางไปจักรวรรดิเซวียนหยวนก่อนหรือ? โม่เจ๋อคงรอจนร้อนใจแล้ว”
“อืม ข้า