หน้ากับผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหิน พวกเขาสองคนยังคงทนรับแรงกดดันไม่ไหว
“เจ้าค่ะ / ขอรับ” ทั้งสองรับคำ แล้วถอยไปหลบอยู่ห่างๆ ทันที
สายตาของชายชราชุดเทาจับจ้องไปที่เฟิ่งจิ่ว ดวงจิตกวาดสำรวจ แล้วหันไปพูดกับผู้ครองแคว้นจักรวรรดิบุริมฉายว่า “ฝ่าบาท เฟิ่งจิ่วผู้นี้เป็นผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินขั้นกลาง หากเราสองคนรวมพลังกัน จะต้องสังหารนางได้แน่!”
“ดี! เช่นนั้นก็สังหารนางให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน!” ผู้ครองแคว้นจักรวรรดิบุริมฉายตัดสินใจแน่วแน่ พลังที่กระจายอยู่รอบตัวเป็นพลังของผู้ฝึกตนระดับเซียนเหิน ในเมื่อเป็นเซียนเหินเหมือนกัน เช่นนั้นสองต่อหนึ่งย่อมต้องชนะอยู่แล้ว!
ด้วยเหตุฉะนี้ หลังจากสั่งการเหล่าทหารที่เหลือให้ไปสังหารองครักษ์เฟิ่งที่ประตูทิศเหนือเสร็จ ทั้งสองก็รวบรวมพลังลอยตัวขึ้น ขวางทางเฟิ่งจิ่วทั้งทางซ้ายขวา
“เฟิ่งจิ่ว! สวรรค์มีหนทางเจ้าไม่เดิน กลับเลือกเดินเส้นทางนรก! วันนี้ ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะเก่งกาจสักเพียงใด!” สิ้นเสียง กลางฝ่ามือของผู้ครองแคว้นจักรวรรดิบุริมฉายปรากฏกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง หลังถ่ายเทกลิ่นอายพลังวิญญาณเข้าไปก็พุ่งจู่โจมเฟิ่งจิ่วทันที
ชายชราชุดเทาเห็นอย่างนั้น ก็รีบยกมือสองข้างรวบรวมกระแสพลังขุมหนึ่ง แล้วเหาะขึ้นกลางอากาศพุ่งเข้าไปหาเฟิ่งจิ่ว ตั้งใจจะโจมตีเธอจากสองทางซ้ายขวา!
แต่ทว่า เฟิ่งจิ่วที่มองดูสองคนนั้นประกบเข้ามาทั้งทางซ้ายและขวากลับหยักยิ้มมุมปากเบาๆ เผยรอยยิ้มชั่วร้