ปกันเถิด! พวกเจ้าอยากยืดเส้นยืดสายไม่ใช่หรือ? ตอนนี้ได้เวลาแล้ว”
ทุกคนได้ยินก็ตาเป็นประกาย นี่จะไปบุกทำลายจักรวรรดิบุริมฉายแล้วหรือ? เพียงแต่ จักรวรรดิบุริมฉายมีผู้แข็งแกร่งมากมาย หากบุกฝ่าเข้าไปซึ่งๆ หน้านี้ เกรงว่า…
พวกเขาไม่กล้าถามออกไป แต่ละคนหันไปมองฮุยหลาง หวังว่าเขาจะช่วยออกหน้าถามแทน ว่าภูตหมอมีแผนการใดกันแน่
เห็นสายตาของพวกเขา ฮุยหลางลังเลครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “ภูตหมอ พวกเราจะบุกฆ่าเข้าไปในวังหลวงซึ่งๆ หน้าเลยหรือ?”
“ทำไมเล่า? พวกเจ้ากลัวหรือ?” เฟิ่งจิ่วเหลือบมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มหยั่งเชิง
“จะเป็นไปได้อย่างไร!” ฮุยหลางยืดอก “กลัว? ข้าฮุยหลางสะกดคำว่ากลัวไม่เป็น!”
“เช่นนั้นก็ดี ไปกันเถิด! หากไปช้า พวกเจ้าอาจไม่ได้มีบทบาท” เฟิ่งจิ่วบอก จากนั้นก็รวบรวมพลังเหาะขึ้นกลางอากาศ มุ่งหน้าไปยังวังหลวงบุริมฉาย
เห็นอย่างนั้น ฮุยหลางโบกมือ “ตามภูตหมอไป! ไปถึงก็รู้เอง!”
“ขอรับ!” ทุกคนรับคำ จากนั้นก็ตามเธอไป
ณ วังหลวงบุริมฉาย
“อะไรนะ!”
บนที่นั่งสูงสุดในตำหนัก ผู้ครองแคว้นจักรวรรดิบุริมฉายลุกขึ้น เบิกตากว้างด้วยความตกใจ “เจ้าว่าอย่างไรนะ? พูดอีกครั้งสิ!”
“ทะ ทูลฝ่าบาท อาวุโสเหยียนพาทหารร้อยนายมุ่งหน้าไปยังภูเขาด้านหลัง ถะ ถูกสังหารทั้งหมด ไม่มีใครรอดมาได้สักคน! แม้แต่อาวุโสเหยียน กะ ก็ถูกฟันจนร่างขาดเป็นสองท่อน…” องครักษ์ลับชุดดำที่คุกเข่าอยู่กลางตำหนักรายงานเสียงสั่น
เขาได้รับคำสั่งให้สังเก