็สั่งให้พวกเรามารอที่นี่ หากว่ารอเสียเปล่าเล่า?”
“หัวหน้า ไม่แน่ว่าภูตหมออาจมาที่นี่จริงๆ ก็ได้ ในเมื่อนายท่านว่าอย่างนี้ก็น่าจะไม่ผิดแล้ว” ชายชุดดำที่อยู่ข้างๆ บอก
“นั่นเพราะเจ้าไม่รู้ นายท่านคาดเดาล้วนๆ” ฮุยหลางกลอกตาใส่เขา “ข้ายังคิดว่าหากได้เจอภูตหมอจริงๆ จะได้สังหารศัตรูไปพร้อมกับนางอย่างสะใจ แต่หากไม่ได้เจอ พวกเราก็ทำได้เพียงรอเก้ออยู่ที่นี่”
เขาไม่รอให้คนชุดดำข้างๆ พูด รีบอธิบายต่อว่า “อีกอย่าง ข้าคิดว่าหากข้าเป็นภูตหมอจะลงมือกับจักรวรรดิจันทราลับที่อยู่ใกล้ๆ ก่อน จะอ้อมมาไกลเพื่อลงมือกับบุริมฉายก่อนทำไมกัน?”
“หัวหน้า ท่านพูดเสมอว่าภูตหมอไม่ใช่คนธรรมดาไม่ใช่หรือ? บางที นางอาจคิดไม่เหมือนเรา” ชายชุดดำอธิบาย
“ไปไหนก็ไป” เขาโบกมือไล่ “ที่ข้าบอกว่านางไม่ใช่คนธรรมดานั่นหมายถึงนางโรคจิตเล็กน้อย ความคิดและวิธีการล้วนต่างจากคนทั่วไป”
“เจ้าน่ะสิโรคจิต”
จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังมา ฮุยหลางสะดุ้งโหยง พลัดตกลงมาจากบนต้นไม้ รีบลุกขึ้นแล้วตวาดถาม “ใครน่ะ!”
บนกิ่งไม้ หงส์ไฟกระพือปีกบินขึ้นกลางอากาศ “จิ้งจอกอย่างเจ้า เหตุใดไม่อยู่ดีๆ วิ่งมาถึงที่นี่ทำไม? ยังว่าเสี่ยวจิ่วโรคจิตอีก? เจ้าแย่แน่” ขณะพูด หงส์ไฟกระพือปีกบินกลับไปยังทิศที่จากมา
ส่วนฮุยหลางที่ตั้งสติได้ได้ยินอย่างนั้น กอปรกับจำได้ว่านกน้อยตัวนั้นก็คือหงส์ไฟ เขาพลันลิงโลด “หงส์ไฟ! เจ้าเองหรือ เหตุใดมาแล้วจึงไม่บอกกันสักคำ? เจ้ามา อย่างนั้