ครให้ขอความช่วยเหลืออีกหรือไม่? ข้าไม่ถือสาหากจะฆ่าคนที่มาช่วยเจ้าไปพร้อมกัน”
“จะ เจ้ามันปีศาจ! จะ เจ้า…” เขาตะโกนด่า คิดจะหนี แต่กลับพบว่าตนเองไม่มีทางหนีได้เลย แก่นพลังทองถูกทำลายจนแหลก อวัยวะภายในเสียหาย แล้วยังมีองครักษ์เฟิ่งจับตาดูอยู่ แล้วเขาจะหนีได้อย่างไร?
“ปีศาจ? หึๆ”
เธอหัวเราะอย่างเย็นชาพลางมองเขา “อยู่ดีๆ พวกเจ้าไม่ชอบ กลับจะต้องตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับพวกข้าให้ได้ ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เจ้าจะโทษใคร? หากจะโทษ ก็ต้องโทษผู้หนุนหลังของพวกเจ้ากระมัง!”
กวนสีหลิ่นก้าวเท้ายาวๆ มาข้างหน้า ลากคอรัชทายาทชื่อสุ่ยขึ้นมา “อย่ามัวเสียเวลาพูดกับเขาอีกเลย ฆ่าเขาเลยดีกว่า!” ขณะพูด เขาเงื้อมือขึ้น แล้วฟาดลงกลางกระหม่อมของเขา
“มะ ไม่นะ…”
สิ้นเสียง เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดของเขา ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อฝ่ามือตวัดลงไป ลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็ขาดสะบั้นลงด้วย เขาตัวอ่อนล้มลงไป แม้แต่ดวงตาก็ยังเบิกกว้างอยู่อย่างนั้น
“เอาศพไป” กวนสีหลิ่นโยนรัชทายาทชื่อสุ่ยออกไป ให้เฟิ่งจิ่วลากออกไป
“ยังเหลืออีกคน องค์หญิงสามชื่อสุ่ย” เฟิ่งจิ่วหรี่ตา หันตัวเดินจากไป
ครึ่งชั่วยามต่อมา จู่ๆ ในวังก็เกิดไฟไหม้ เปลวเพลิงลุกลามใหญ่โตไม่อาจควบคุม คนทั้งในและนอกวังต่างตกตะลึง ครั้นคนพวกนั้นเร่งรีบมาถึงหน้าประตูวังหลวง กลับตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้า
เหนือประตูวังบานใหญ่มีศพห้อยอยู่สามศพ ศพสามศพนั้นไม่ใช่ใครอื่น เป็นศพของผู้ครองแคว้นจ