ิญญาณในร่างกายกลับไม่อาจขับเคลื่อน เดิมคิดจะหลบเลี่ยงก็ทำไม่ได้ จึงถูกกระบี่แทงเข้าอย่างจัง
เขารู้สึกเพียงกระบี่คมพยับเล่มนั้นแทงแก่นพลังในของเขาจนแหลกสลาย ทำลายพลังชีวิตของเขาจนสิ้นในดาบเดียว เขาคิดจะถอดวิญญาณต้นออกมาเพื่อหนีก็ทำไมได้ ร่างกายแข็งทื่อจ้องมองเธอ ในใจคับแค้นไม่จำยอม ที่ต้องตายไปพร้อมกับความแค้นอย่างนี้ ทว่า เมื่อกลืนลมหายใจเฮือกสุดท้ายลงไป ตัวเขาก็ล้มลงไปทั้งที่ยังเหยียดตรงอย่างนั้น
เฟิ่งจิ่วดึงกระบี่ยาวกลับ มองดูผู้ครองแคว้นจักรวรรดินทีแดงที่ตายตาไม่หลับด้วยรอยยิ้มเย็นชา “วางใจ ลูกชายกลับลูกสาวของเจ้าจะตามไปอยู่กับเจ้าในอีกไม่ช้า”
เธอหมุนตัวเดินออกไป แล้วสั่งว่า “เอาศพของเขาไปแขวนหน้าประตูวัง”
“ขอรับ” องครักษ์เฟิ่งสองนายโฉบออกมาจากที่มืด แล้วลากศพที่อยู่ข้างในออกไป
กวนสีหลิ่นที่เฝ้าอยู่ข้างนอกเห็นเธอออกมา ก็บอกว่า “ผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินสองคนที่ซ่อนตัวอยู่ในที่มืดก็จัดการเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน เข้าไปในตำหนักของรัชทายาทชื่อสุ่ยนั่นได้เลย”
“อืม ไปกันเถิด!” เธอรับคำ แล้วพาพวกเขาไปยังเป้าหมายต่อไป
รัชทายาทชื่อสุ่ยกำลังฝึกวรยุทธ์อยู่ในสนาม หลงจากได้รับความอัปยศที่จักรวรรดิเซวียนหยวนในปีนั้น เขากลับมาก็ขยันฝึกวรยุทธ์ พยายามพัฒนาพลังของตนเอง
เมื่อเห็นว่าจักรวรรดิเซวียนหยวนใกล้ล่มสลาย ใจเขาเบิกบานยิ่งนัก เมื่อทำลายจักรวรรดิเซวียนหยวนนั่นแล้ว แล้วเขาจะเหยียบเซวียนหยวนโม่เจ๋อ